• 025339697
  • csi@rsu.ac.th

ผู้นำในใจครู
ตอน เศรษฐศาสตร์เบื้องต้นกับลุงยาม

วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

“สิน” เป็นนักศึกษาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และได้ลงวิชาเรียนการวิจัยทางสังคมศาสตร์แบบใหม่   งานที่สินได้รับโจทย์จากครู   คือการหาหัวข้อวิจัยที่ตนเองสนใจ  และแบบฝึกหัดของการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) คือจะต้องไปสัมภาษณ์คนที่เกี่ยวกับหัวข้อที่ตนเองสนใจ มานำเสนอในห้องเรียน  ซึ่งสินสนใจเรื่อง “การรับมือกับค่าครองชีพในปัจจุบันของผู้มีรายได้น้อย”

สินอุตสาหะไปค้นคว้ามาได้ว่า ไทยอยู่ในอันดับ 2 ของประเทศในอาเซียนที่มีค่าครองชีพสูงรองจากสิงคโปร์ ในขณะที่ ราคาเนื้อไก่ในสิงคโปร์พุ่งพรวด 218 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ไทยยังซื้อได้ในราคา 67.50 บาท ไข่ไก่ บรูไนขายใบละ 6 บาท แต่ในไทยเบอร์เล็กสุดราคา 3.35 บาท น้ำตาลทราย พี่อินโดนีเซียพุ่งขึ้นไป 36 บาท พี่ไทยยังอยู่ที่ 22 บาท ปลากระป๋องอาหารยามยาก บรูไน 39 บาท ไทย 18.50 ข้าวสารไม่น่าเชื่อเมียนมาครองอันดับหนึ่ง 37.92 บาทในไทยยังขายได้ 29-30 บาท เนื้อหมูกัมพูชาแพงสุด 140 บาท ขณะที่ไทยไทยยังซื้อได้ 120-125 บาท
            สถิติที่สินยกมาก็แสดงว่าในประเทศอาเซียนด้วยกัน  ไทยยังมีค่าครองชีพที่พอจับต้องได้  แต่พอสินไปสัมภาษณ์คนที่มีรายได้น้อย คนหนึ่งทำหน้าที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย.ที่สินเรียกว่าลุงยาม อายุ 64 ปี อีกสองคนเป็นคนงานรับจ้างที่มีรายได้วันละ 300 บาท วันไหนป่วยมาทำงานไม่ได้ก็ไม่มีรายได้ 3 คนนี้จึงมีรายได้ต่อเดือนตกอยู่ประมาณ 10,000-12,000 บาทเท่านั้น  แต่เงินจำนวนนี้ต้องเลี้ยงคนทั้งครอบครัว

            สินบอกว่าระยะเวลานานที่สัมภาษณ์พูดคุยกับลุงยาม  ผู้ซึ่งสินให้นิยามว่าได้เปิดโลกใบใหม่ให้กับเขา  สินมาจากตระกูลของคนทำธุรกิจที่มีรายได้ไม่ลำบากเดือดร้อน   สินจึงไม่ค่อยมีประสบการณ์เกี่ยวกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตของคนที่มีรายได้น้อยที่ต้องต่อสู้กับชีวิตในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพ  ซึ่งลุงยามบอกว่าอะไรๆก็แพงไปเสียทั้งหมด  บ้านเดิมของลุงยามอยู่โคราช  แต่ที่นั่นไม่มีที่ดิน ไม่มีงาน ไม่มีใครจ้างให้ทำอะไร  ลุงยามจากโคราชมากว่า 10 ปียังไม่มีเวลา ไม่มีเงินที่จะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด การดำรงชีวิตอยู่ในเมืองที่มีค่าครองชีพที่สูงทำให้ลุงป่วยไม่ได้  ต้องแข็งใจลุกขึ้นมาทำงานทุกวัน วันไหนไม่ทำก็ขาดรายได้ วิธีเดียวที่ลุงยามทำได้ในการรับมือกับค่าครองชีพที่สูง ทั้งค่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหารคือการประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย แต่ลุงยามก็มีสภาพชักหน้าไม่ถึงหลังในแต่ละเดือน

            สินพยายามเอาความรู้ที่มีไปบอกลุงยามถึงโอกาสที่จะได้รับจากรัฐในฐานะคนที่มีรายได้น้อย เช่นโครงการรัฐสวัสดิการต่างๆ  แต่สิ่งที่ทำให้สินอึ้งก็คือ  ลุงยามบอกว่าโทรศัพท์มือถือที่ใช้อยู่เป็นโทรศัพท์รุ่นเก่า ที่ใช้เพียงโทรเข้าโทรออกเท่านั้น     และไม่มีใครสนใจที่จะมาสอนว่าลุงยามจะสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการสวัสดิการของรัฐผ่านมือถือได้อย่างไร  สินบอกในการนำเสนองานครั้งนี้ว่า ความรู้ในห้องเรียนสอนให้เขาค้นคว้าสถิติที่น่าสนใจจากอินเทอร์เน็ต  ซึ่งให้ความรู้อย่างกว้างขวางมากมาย  แม้แต่สถิติง่ายๆทางเศรษฐศาสตร์ สินก็ค้นคว้าได้จากมือถือ  แต่ในชีวิตที่เป็นจริงของลุงยาม   กลับเป็นโลกที่แคบเสียนี่กระไร    สินซึ่งเป็นเด็กรุ่นใหม่  นึกไม่ออกเลยว่าจะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ต  สินเริ่มรู้สึกว่า  โลกอันยากลำบากของผู้มีรายได้น้อยกับค่าครองชีพทางสถิติไม่ได้ไปด้วยกัน  สินคิดต่อไปว่า  เขาจะเชื่อมโยงโลกของความเป็นจริงในชีวิตของลุงยาม  กับความรู้จากโลกของตำรานี้ได้อย่างไร  อะไรเป็นช่องว่างที่เขาต้องค้นพบ   สุดท้ายของการนำเสนอ  สินบอกว่า  เขาไม่รู้เหมือนกันว่าผู้นำต้องทำอย่างไร แต่กับความรู้สึกของเขาตอนนี้  ผู้นำน่าจะเป็นคนที่ช่วยทำให้คนอย่างลุงยามมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

            ครูประทับใจกับการนำเสนอของสิน  โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่สินแสดงความรู้สึกในฐานะนักศึกษาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม  แม้ในขณะนี้สินอาจจะยังทำอะไรไม่ได้  แต่โจทย์คำถามนี้คงเข้าไปก้องอยู่ในความรู้สึกและจิตใจของสิน  ครูเชื่อว่า  สักวันหนึ่ง… สินจะพบกับคำตอบ

by ผศ.ดร.ฉัตรวรัญช์  องคสิงห / วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต / 15.04.2564

Social Media

ช่องทางติดต่อ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่อยู่