ดร.รัตพงษ์ สอนสุภาพ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ให้มุมมองไว้ในบทความเรื่อง “นวัตกรรมสังคม…เรื่องจากคำบอกเล่า” ดังนี้

ผมไม่ได้มีภูมิหลังสัมพันธ์อะไรเลยกับวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมมหาวิทยาลัยรังสิต เคยได้ยินชื่อบ้างแต่ไม่ได้สนใจเป็นพิเศษ เพราะผมไม่ได้มีเป้าหมายว่าจะมาเกี่ยวข้องกับวิทยาลัยแห่งนี้แต่อย่างใด

หลังจากจบปริญญาเอกแล้ว ผมพอมีทางเลือกอยู่บ้างเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน ทางเลือกแรก เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่และมีชื่อเสียงชั้นนำของประเทศ (ขอสงวนชื่อ….) เป็นความใฝ่ฝันของผมมาโดยตลอดว่า ผมต้องการไปสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยแห่งนั้น

แต่ด้วยเวรกรรมหรือโชควาสนาก็ไม่รู้ กลับส่งผมมาทำงานที่วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยรังสิตเสียอย่างนั้นไป อันที่จริงก็มีเหตุผลไม่มากแต่มันหนักแน่นเพียงพอ คือ อย่างแรก ผมเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์สังศิต เมื่อต่อมาท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ขณะที่ผมมีโอกาสได้รู้จักและเป็นศิษย์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 เมื่อครั้งเรียนเศรษฐศาสตร์การเมือง ที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เอาเป็นว่ารู้จักท่านมาร่วมๆ 20 ปีแล้ว นี่จึงน่าจะเป็นเหตุผลหลักประการเดียว ส่วนอย่างที่สอง ตัวผมเองเห็นว่าเป็นคณะที่แปลกดีน่ะ! และไม่รู้ว่าคำว่า “นวัตกรรมสังคม” คืออะไร เมื่อผนวกเข้ากับคำว่าวิทยาลัยแล้ว จะมีการเรียนการสอนแบบไหน และอะไรเป็นแก่นสารองค์ความรู้ (Body of knowledge) ของศาสตร์นี้

ก่อนหน้าที่ผมจะเข้ามาผมได้มีโอกาสไปขอพรอาจารย์ผู้ใหญ่สองท่าน (ขอสงวนนาม…) จึงได้ข้อมูลเกี่ยวกับวิทยาลัยแห่งนี้อยู่บ้างโดยท่านเล่าให้ผมฟัง ดังนี้….

อาจารย์ท่านแรก บอกผมว่า “ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นมหาวิทยาลัยแรกและมหาวิทยาลัยเดียวในประเทศไทยที่เปิดสอนศาสตร์ของผู้นำ (Leadership Science) โดยได้ยกแบบจำลอง Leadership College มาจากประเทศอังกฤษ ซึ่งวิทยาลัยผู้นำของอังกฤษได้เป็นสร้างผู้นำในศตวรรษที่ 21 หลายต่อหลายคนในหลายประเทศ หนึ่งในจำนวนนั้น คือ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นต้น ”

อาจารย์ท่านที่สอง บอกผมว่า “ ท่านเป็นคนหนึ่งที่ได้มีส่วนในการทำหลักสูตรนี้และวางรากฐานของวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมด้วย” ซึ่งทุกๆ คำที่ท่านกล่าวถึงวิทยาลัยแห่งนี้ สีหน้าและแววตาของท่านจะชื่นชมความมีวิสัยทัศน์ของท่านอธิการบดีของเราอย่างมาก ท่านบอกว่า… “..พี่อาทิตย์ (หมายถึงท่านอธิการบดีครับ) เป็นรุ่นพี่ผมเมื่อครั้งเรียนรัฐศาสตร์ จุฬาฯ…พี่อาทิตย์จะมีวิธีคิดและมุมมองในเชิงบวกเสมอ และที่สำคัญยังมีความเป็นผู้นำและ Friendly มากๆ ด้วย….”.

จากคำบอกเล่านี้ทำให้ผมคิดว่า เราน่าจะมาถูกทางน่ะ ซึ่งต่อมาผมก็เจออาจารย์สังศิตอีกครั้ง ท่านก็บอกผมอีกครั้งว่า… “ที่มหาวิทยาลัยรังสิตน่ะ…..ค่อนข้างจะให้เสรีภาพทางวิชาการมากเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ซึ่งมหาวิทยาลัยรังสิตจะมีวิธีคิดและแนวทางเหมือนกับพวกเรา….” ผมจึงตอบตัวเองว่า “ยังงี้ใช่เลย”

เมื่อผมเริ่มทำงาน เป็นช่วงหลังจากน้ำท่วมใหญ่ประเทศไทยผ่านไป ร่องรอยความเสียหายยังคงทิ้งรายละเอียดไว้มากมาย ซึ่งมหาวิทยาลัยรังสิตของเราก็เสียหายไม่น้อยทีเดียว ทุกเช้าที่ผมมาสอนหนังสือยังจะเห็นน้ำปริ่มๆ ท่อน้ำอยู่เลย แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคใดๆ สำหรับการเรียนการสอนสำหรับมหาวิทยาลัยแห่งนี้

ในแง่ความเป็นอยู่ของอาจารย์ในช่วงนั้น พวกเราอยู่กันค่อนข้างแออัดน่ะ! อยู่บนชั้น 4 อาคาร 2 อาจารย์บางคน (รวมทั้งผมด้วย) ยังไม่มีที่นั่งทำงานเลยในช่วงนั้น แต่พวกเราก็ทำงานกันไม่ได้ย่อท้อแต่อย่างใด และสนุกกับการทำงานมากด้วย

หนึ่งปีผ่านไปกับชีวิตในวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ผมพบว่า อย่างแรก เราได้มีการปรับตัวอย่างระมัดระวังและมีเป้าหมายในการพัฒนาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมที่ชัดเจนขึ้นน่ะ อย่างที่สอง เราพยายามที่จะสร้างความสมดุลระหว่างงานเชิงปริมาณกับงานเชิงคุณภาพ ซึ่งเป้าหมายสำคัญของเราในระยะต่อไปนี้ คือ การผลักดันงานในเชิงคุณภาพให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนกับองค์กรต่อไป อย่างที่สาม เราจะผสมผสานกระบวนการทำงานปกติ (Working process) ที่ทำทุกวัน กับงานที่มีคุณค่าในเชิงวิพากษ์(Immanent critique) ทางวิชาการให้สังคมได้อย่างไร อย่างที่สี่ จะมีวิธีการสร้างแรงจูงและความเชื่อมั่นให้เราทุกคนยืนอยู่บนเส้นทาง และมีเป้าหมายเดียวกันในการขับเคลื่อนองค์กรอย่างไร และท้ายที่สุด เป็นความท้าทายในการขับเคลื่อนองค์กร เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ การค้นหาคำตอบ หรือการหานิยามใหม่ๆ ของคำว่า “นวัตกรรมสังคมจะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา….”

อะไรคือสิ่งที่เราจะทำต่อไปให้บ้านหลังนี้ อย่างแรก เราต้องการสร้างอัตลักษณ์ (Identity) ใหม่ให้เชื่อมโยงจากของเดิมแต่ทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น เพื่อให้เหมาะสมและสามารถอธิบายเงื่อนไขและสถานการณ์ใหม่ในโลกปัจจุบันได้ อย่างที่สอง เราต้องการสร้างสำนักคิด (School of Thought) เพื่อทำให้สังคมได้รับรู้และเข้าใจเมื่อได้เห็น ได้ฟัง ว่านี่คือวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต อย่างที่สาม เราต้องยกระดับงานวิชาการเพื่อตอบแทนสังคมในด้านที่เราถนัดและเชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นด้านคอร์รัปชั่น – ธรรมาภิบาล (Corruption-Good Governance) เศรษฐกิจผิดกฎหมายและการศึกษาเรื่องการพนัน (Illegal Economy and Gambling Study) รวมถึงเศรษฐกิจแบบยั่งยืน (Sustainable Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เพื่อให้บริการทางวิชาการต่อสังคมให้มากยิ่งขึ้น

เป้าหมาย (Goals) ผมคาดหวังไว้สูงว่าภายใต้การบริหารของอาจารย์สังศิต จะทำให้วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต สามารถตอบโจทย์ของสังคมไทยในแง่มุมต่างๆได้ และทำให้วิทยาลัยนวัตกรรมสังคมเป็นสถาบันที่เป็นตัวแทนของสังคมไทยในการตั้งคำถามต่อภาครัฐอย่างสงสัย (Social conformism) ในประเด็นเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะต่างๆ ที่รัฐบาลออกมาอย่างบ้าคลั่ง และท้ายที่สุด ต้องการทำให้วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม เป็นสถาบันทางวิชาการที่สามารถแยกแยะประเด็นที่เป็นปัญหาของสังคมไทยให้เห็นอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ทั้งในแง่ ความรู้ในเชิงประจักษ์ (Empiricism) ความคิดในเชิงเหตุผล (Rationalism) และความรู้ที่นำไปปฏิบัติ (Pragmatism) ได้