จะปฏิรูปประเทศได้ต้องคิดให้ไกลกว่าตัวรัฐธรรมนูญ

จะปฏิรูปประเทศได้ต้องคิดให้ไกลกว่าตัวรัฐธรรมนูญ โดย : รศ.วิทยากร เชียงกูล, กรุงเทพธุรกิจ,วันที่ 29 มิถุนายน 2558 รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายหรือกติกาสังคมที่สูงสุดก็จริง แต่ก็เป็นแค่ตัวหนังสือที่ช่วยชี้แนวทางการบริหารจัดการประเทศอย่างกว้างๆ เท่านั้น จะมีผลต่อการปฏิรูปหรือพัฒนาประเทศอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่าจะมีการตีความและบังคับใช้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายนั้นๆ ได้มากน้อยเพียงไร เป็นประโยชน์กับใคร สิ่งที่มีผลมากกว่ากฎหมายรวมทั้งรัฐธรรมนูญด้วยคือ เศรษฐกิจการเมืองที่เป็นจริง เช่น ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงระหว่างคนรวย คนมีการศึกษาสูงที่เป็นคนส่วนน้อยกับคนจน คนไม่ค่อยได้รับการศึกษาและข่าวสารที่มีคุณภาพที่เป็นคนส่วนใหญ่ เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว เป็นตัวกำหนดความเป็นไปในสังคมมากกว่าตัวรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ เพราะคนที่มีอำนาจมากกว่า ย่อมจะหาทางทำให้รัฐธรรมนูญและกฎหมายทั้งหมด เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาได้มากกว่าประชาชนที่ขาดอำนาจและขาดความรู้ รัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ก็เขียนไว้ดีในหลายเรื่อง แต่คนมีอำนาจไม่ได้ทำตามเจตนารมณ์แต่อย่างใด การปฏิรูปการเมือง ไม่ได้มีความหมายแค่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่เท่านั้น หากแต่หมายถึงการผลักดันเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการเมืองอย่างขนานใหญ่ ซึ่งต้องปฏิรูปทั้งเรื่องการคลังการเงิน ภาษีงบประมาณ ทรัพยากรภาครัฐที่สำคัญ…

Read More

รศ.ดร.สิตานนท์ เจษฎาพิพัฒน์ ได้รับเชิญเข้าร่วมบรรยายในการประชุมHarvard Project for Asian and International Relations Asia Conference ครั้งที่ 24 ที่ประเทศฟิลิปปินส์

รศ.ดร.สิตานนท์ เจษฎาพิพัฒน์ รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ให้เข้าร่วมบรรยายในการประชุม Harvard Project for Asian and International Relations Asia Conference ครั้งที่ 24 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ในประเด็นด้านพลังงานและการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Energy and Sustainability) ระหว่างวันที่ 20-24 สิงหาคม 2558

Read More

ผันน้ำให้กสิกรชาวนา คืนความสุขให้ประชาชน

ผันน้ำให้กสิกรชาวนา คืนความสุขให้ประชาชน อาจารย์เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์: อังคารที่ 16 มิถุนายน 2558   สภาพที่อยู่ในบรรยากาศ "น้ำล้นก็แช่ง น้ำแล้งก็ด่า" ดูจะเป็นเรื่องธรรมดาธรรมชาติเหลือเกินสำหรับบ้านเมืองไทยกับประชาชนคนไทย ไม่เคย มีปรากฏการณ์มาก่อนเลยด้วยซ้ำไปมั้ง ที่รัฐบาลในยุคสมัยใด ถึงกับต้องแจ้งต้องขอร้องให้ชาวนาอย่าเพิ่งปลูกข้าวนาปีสำ หรับฤดูกาลขณะนี้ เพียงเพราะฝนฟ้าไม่อำนวยให้รัฐบาลไม่สามารถผันน้ำไปให้ทำนาได้อย่างทั่วถึง ธรรมดาธรรมชาติของฝนฟ้าจะมากน้อยมีสาเหตุของธรรมชาติ ยามใดฝนฟ้าอำนวยความชุ่มฉ่ำสมบูรณ์มีเกิดขึ้น คนที่มีความสุขมากที่สุดคือกลุ่มเกษตรกรชาวนาที่ได้รับอานิสงส์จากดินฟ้าอากาศ และจะพากันขอบคุณพระเจ้าที่อำนวยพรให้ ที่ว่าน้ำล้นก็แช่งน้ำแล้งก็ด่านั้นควรเป็นที่เข้าใจว่า กสิกรชาวนาไม่เคยด่าธรรมชาติ เขาด่าการจัดการของภาครัฐมากกว่า ก็กรมชลประทานนั้นจนถึงเวลานี้ตั้งขึ้นมาได้ 114 ปีเข้าไปแล้ว การจัดการเรื่องน้ำที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดต่อการทำไร่ทำนานั้น กว่าหนึ่งศตวรรษแล้วแต่สามารถนำน้ำไปถึงแหล่งไร่นาทั่วประเทศเพียง 30 ล้านไร่เท่านั้นเอง ยังเหลืออีกนับล้านไร่ที่ทำได้ไม่ทั่วถึง และก็ดูเหมือนจะไม่ได้เพิ่มขีดความสามารถในเรื่องนี้เลย มองลึกลงไปภายใต้การบริหารจัดการของกรมชลประทานในกระทรวงเกษตรฯ…

Read More

จันทร์ ไม่สโมสร โดย อ.เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์

คอลัมน์: มิติโลกาภิวัตน์: จันทร์ ไม่สโมสร หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2558 อาจารย์ เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต ถึงวันจันทร์ขมีขมันขยันกันหน่อย                                                …

Read More

การฟื้นฟูให้ชุมชนเข้มแข็ง

การฟื้นฟูให้ชุมชนเข้มแข็ง กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 16 มิถุนายน 2558 รศ.วิทยากร เชียงกูล คณบดีกิตติคุณ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ในสังคมก่อนยุคทุนนิยมอุตสาหกรรม คือเมื่อก่อน 250 ปีที่แล้ว การที่คนในชุมชนได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินของชุมชน เช่น ป่าไม้ ทุ่งหญ้า หนองน้ำ ชายฝั่งทะเล ฯลฯ ร่วมกัน ช่วยให้คนทั้งชุมชนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ และช่วยกันปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ได้ดีกว่าสภาพที่รัฐบาลอ้างว่าเป็นเจ้าของแต่ไม่มีการบริหารจัดการที่ดี ประชาชนไม่รู้สึกว่าใครเป็นเจ้าของ กลุ่มไหนจะมาใช้ประโยชน์ก็ทำได้ เมื่อรัฐบาลกลางเข้าไปแทนที่ชุมชน มักมีการทุจริตฉ้อฉล ใช้อำนาจอภิสิทธิ์ เมื่อเป็นแบบหลัง อาจทำให้คนต่างกลุ่มต่างพยายามตักตวงผลประโยชน์ให้ตนเองมากที่สุด และทำให้ทรัพยากร ป่าไม้ สัตว์ป่า ทุ่งหญ้า ชายฝั่งทะเล ฯลฯ เสื่อมโทรม ถูกใช้จนไม่เหลือหลอได้ กรรมสิทธิ์ของชุมชนในสมัยก่อนที่ทุนนิยมได้ผลดี…

Read More

วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มอบเงินจากโครงการเดิน-วิ่ง การกุศล ให้กับ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2558 รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์พร้อมคณาจารย์และนักศึกษา ร่วมมอบเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจ่ายงานเดิน-วิ่ง การกุศล I Love RSU ครั้งที่ 1/2558 ให้ดับ มูลนิธีช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จำนวนเงิน 130,000 บาท (หนึ่งแสนสามหมื่นบาท)

Read More