โครงการสัมมนาวิชาการ การต่อต้านคอร์รัปชั่นในประชาคมอาเซียน : Anti corruption in AEC

โครงการสัมมนาวิชาการ การต่อต้านคอร์รัปชั่นในประชาคมอาเซียน : Anti corruption in AEC      

ประเทศไทยในทุกยุคทุกสมัย มีการกำหนดนโยบายในการต่อต้านการคอร์รัปชั่นมาโดยตลอด และการปราบปรามการทุจริตก็นับได้ว่าเป็นวาระแห่งชาติของประเทศ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การคอร์รัปชั่นของประเทศไทย พบว่า ในปี พ.ศ. 2557 ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น (Corruption Perceptions Index: CPI) ของประเทศไทย ได้คะแนน 38 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 85 จาก 157 ประเทศทั่วโลก ถือได้ว่าสถานการณ์คอร์รัปชั่นของประเทศไทยยังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งๆ ที่ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นมาโดยตลอด และหากพิจารณาถึงสถานการณ์คอร์รัปชั่นเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียเท่านั้นที่มีคะแนนเกิน 50 คะแนน (ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 3 จาก 9 ประเทศ ในกลุ่มอาเซียน) ซึ่งข้อมูลข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่าประเทศในกลุ่มอาเซียน(ยกเว้น สิงค์โปร์ มาเลเซีย) ยังคงมีปัญหาในเรื่องของการคอร์รัปชั่นและการต่อต้านคอร์รัปชั่นอยู่เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศอื่นๆ ในโลก

ประเทศ อันดับอาเซียน อันดับโลก2557 คะแนนปี 2557 คะแนนปี 2556
สิงค์โปร์ 1 7 84 86
มาเลเซีย 2 50 52 50
ฟิลิปินส์ 3 85 52 36
ไทย 3 85 38 35
อินโดเนีเซีย 5 107 38 32
เวียดนาม 6 119 31 31
ลาว 7 145 25 26
เมียนมาร์ 8 156 21 21
กัมพูชา 8 156 21 20

ที่มา : มูลนิธิเพื่อความโปร่งใสแห่งประเทศไทย

ปัญหาคอร์รัปชั่นจึงถือได้ว่าเป็นปัญหาที่สำคัญในระดับภูมิภาคและมีผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ในสังคมต่อมุมมองของประเทศอื่นนอกกลุ่มอาเซียน อาทิเช่น เสถียรภาพและความมั่นคงของ สังคม เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการขาดความเชื่อมั่นในการลงทุนจากต่างชาติ

ปัจจุบัน เมื่อเศรษฐกิจประเทศต่างๆ มีความเกี่ยวพันกันมากขึ้นทั้งโดยการติดต่อค้าขาย หรือโดยข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศภายในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและนอกกลุ่มเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันปัญหาของการคอร์รัปชั่นของประเทศในกลุ่มอาเซียนยังคงมีอยู่ แนวโน้มของการคอร์รัปชั่นยังไม่ได้ลดลง ปัญหาระหว่างประเทศ หรือการก่อเกิดขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้เนื่องจากความรับรู้ของสถานการณ์ในบริบทด้านปัญหาและการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นมีความแตกต่างกัน กอรปกับนโยบายของการป้องกันและต่อต้านการคอร์รัปชั่นปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงไปโดยมีพัฒนาการของการต่อต้านคอร์รัปชั่นไปในลักษณะใหม่ๆ ที่เน้นหนักไปในเรื่องของการเพิ่มความร่วมมือกันระหว่างประเทศในการต่อต้านการคอร์รัปชั่นมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบของสถานการณ์การคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

ดังนี้แล้ว องค์ความรู้ที่เปลี่ยนแปลงไปของแต่ละประเทศจึงมีประโยชน์ในการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อการพัฒนากระบวนการต่อต้านคอร์รัปชั่นร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน ต่อไป

การเปิดวงสัมมนาทางวิชาการที่ว่าด้วยประสบการณ์การต่อต้านคอร์รัปชั่นและองค์ความรู้ในประเด็นของพัฒนาการของการต่อต้านการทุจริตที่ประสบผลสำเร็จจากต่างประเทศ การบังคับใช้กฏหมาย มาตรการการป้องกันและปราบปรามของแต่ละประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและนำไปสู่ความร่วมมือที่สำคัญในระดับทวิภาค พหุภาคี เพื่อการป้องกันและต่อต้านการทุจริตในเขตการค้าเสรีอาเซียนในอนาคต ซึ่งการสัมมนาที่ประกอบด้วยหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องจึงเป็นการเปิดมุมมองของประเด็นนี้ให้กว้างขวางเพื่อนำไปสู่การสร้างความรู้ ความเข้าใจ การแสวงหาทางออกที่เหมาะสมให้กับสังคมต่อไป

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อระดมความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญในประเด็นปัญหาของการคอร์รัปชั่นและการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การต่อต้านคอร์รัปชั่นในประชาคมอาเซียน
  2. เพื่อขยายความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นปัญหาดังกล่าวสู่สังคม
  3. เพื่อเปิดฐานความรู้เกี่ยวกับทางออกของการจัดการในประเด็นนี้อย่างเหมาะสม

กลุ่มเป้าหมาย จำนวน  200 คน

  1. นักศึกษาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมและคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต  50 คน
  2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตจำนวน   100 คน
  3. วิทยากรและผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยรังสิต  50 คน

สถานที่ดำเนินการ

โรงแรม รามา การ์เด้นส์ (Rama garden) ถนนวิภาวดี กรุงเทพมหานคร

วันเวลาการดำเนินงาน

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2558 เวลา 13.00 – 16.30 น.

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์การต่อต้านคอร์รัปชั่นในกลุ่มประเทศอาเซียน

เพื่อสร้างและขยายเครือข่ายของกลุ่มบุคคลทั้งในภาครัฐและประชาชนในประเด็นของความร่วมมือเพื่อการต่อต้านการคอร์รัปชั่น

เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเสนอและมองแง่มุมมองใหม่ในวิธีการต่อต้านการคอร์รัปชั่น

ผู้รับผิดชอบโครงการ

คณะกรรมการดำเนินงานจัดการสัมมนาทางวิชาการ โดยวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

ผู้ประสานงานโครงการ

ดร.ศรัณย์  ธิติลักษณ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง โทรศัพท์  081-4927337 อีเมล์  sathitiluck@gmail.com

นายชาญชัย จิวจินดา อาจารย์ประจำหลักสูตร โทรศัพท์ 081-4538788 อีเมล์ chanchaijew@gmail.com