เหตุเกิดที่ สมช. โอ้! อิเหนาเป็นเสียเอง : อ.เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

เหตุเกิดที่ สมช. โอ้! อิเหนาเป็นเสียเอง

อ. เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

21231

แม้ทั้งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญกันอย่างกว้างขวางหลายกระบุงโกย ก็ยังอุตส่าห์มีเสียงวิพากษ์ต่อเติมเพิ่มเสริมกันเสียอีกทำนองว่า งานนี้ทหารหักกันเอง และบางเสียงก็ดูจะโอนเอนไปทำนองว่า ทหารชงกินกันเอง เพราะในความเป็นที่โดดเด่นเห็นได้ก็คือว่า ไม่ว่าจะลงคะแนนรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้   คสช.และกลุ่มอำนาจทหารก็ยังคงอยู่ได้ต่อไป ยาวอย่างใจด้วย

อ่านให้ละเอียด จะฟังเสียงได้ว่า ทหารชงให้ทหารด้วยกันเองมากกว่า ซึ่งว่าที่จริงก็เป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า  เพราะก็ดูเป็นความธรรมดา ธรรมชาติของโลกของมนุษย์อยู่แล้ว ไม่รู้จะต้องไปวิเคราะห์อะไรให้รกกระบาล เปลืองสมองกันมากมายนัก ก็ตั้งแต่ต้นของการเริ่มต้นของ คสช.แล้วไม่ใช่หรือ ลักษณะของทหารชงให้กันนั้นเห็นออกดาษดื่นจนแทบเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันเรื่อยมาจนชาชินแล้วไม่ใช่หรือ

ที่จะเห็นกรณีทหารชงให้ทหารด้วยกันอีกเรื่องหนึ่งที่เพิ่งปะทุขึ้นมา ก็คือการแต่งตั้งตำแหน่งแห่งหนเลขาฯ สภาความมั่นคงแห่งชาติ อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 7 กันยายน เมื่อวานนี้เองว่า กำลังจะมีการแต่งตั้งเอาทหารที่พลาดตำแหน่งที่จัดสรรกันใหม่ในกองทัพให้เข้าไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช.แทนนางกนกทิพย์ รชตะนันทน์ รองเลขาธิการ สมช. ซึ่งอาวุโสอันดับหนึ่งเป็นแคนดิเดตมาตลอด เป็นลูกหม้อ สมช. ทำงานมากว่า 30 ปี แต่ไร้ประโยชน์สิ้นดี เขาจะไม่เอาเธอนะ

เพราะตามข่าวบอกว่า นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการ สมช.คนปัจจุบัน ซึ่งจะเกษียณอายุสิ้นกันยายนนี้ ได้มีการเสนอชื่อนางกนกทิพย์ รชตะนันทน์ ขึ้นเป็นเลาธิการ สมช.คนใหม่ต่อจากเขา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้มีการพิจารณาคุณสมบัติครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว แต่ถูกรองนายกฯ ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งควบคุม สมช. ขอให้ทบทวน พร้อมกับเสนอชื่อของ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม ขึ้นเป็นเลขาธิการ สมช.แทน

ข่าวของเรื่องนี้ยังระบุอีกด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเองเคยให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้เป็นสถานการณ์พิเศษ ต้องใช้คนที่เหมาะสม และเมื่อคนที่เหมาะสมจากการแต่งตั้งเลขาธิการ สมช.คนใหม่ กลายเป็นทหารข้ามฟากมาจากข้างนอก อย่างนี้ลิเกก็เลยลาโรงละครับ คือก็มีข่าวว่านางกนกทิพย์ รชตะนันทน์ ทำหนังสือขอลาออกจากราชการก่อนกำหนดเกษียณอายุในปี 2559

ผมไม่ค่อยแปลกใจอะไรนักหนากับกรณีที่เกิดขึ้นอย่างนี้ เพราะก็ดูแทบจะคล้ายเป็นเรื่องธรรมดาที่แทบจะมีอยู่เป็นประจำในแวดวงข้าราชการ มีเพื่อนที่เคยอยู่ในแวดวงราชการ ก็เคยเผชิญสภาพสถานการณ์ในลักษณะที่ไม่ต่างอะไรกันนักกับ สมช.นั้น กรณีเช่นว่านี้ทำให้นึกย้อนไปสมัยของถวิล เปลี่ยนศรี ที่เขาต่อสู้กับสิ่งที่เรียกว่าระบบคุณธรรม ซึ่งไร้คุณธรรมต่อเขา จนถึงที่สุดชนะมาจนได้

เคยเขียนถึงความล้มเหลวของระบบคุณธรรมในระบบราชการมาแล้วหลายครั้งว่า เมื่อเจอกับระบบอุปถัมภ์แทรกซ้อนเข้าไปแล้ว ล้มพังพาบยับเยินพินาศเสียหายทุกครั้งไป สิ่งเหล่านี้เห็นได้ไม่ยากในการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรในระบบราชการของไทย มันขึ้นอยู่กับระบบอุปถัมภ์ ระบบแสวงประโยชน์ ระบบปัดสวะ ระบบทุนสามานย์วิ่งหาตำแหน่ง และเครื่องราชฯ เห็นกันมาแล้วทั้งนั้นทั้งในอดีต ในปัจจุบัน

เรายังเห็นกันด้วยบ่อยครั้งไป กับพวกมือถือสากปากถือศีล บางคนโหวกเหวกโพนทะนาต่อต้านวงจรร้ายดังกล่าว เร่งส่งเสริม รักษา ป้องกันไม่ให้ระบบคุณธรรมของระบบราชการเสียหายยิ่งไปกว่านี้ และหลายคนเหล่านี้นี่เอง ที่เราน่าจะได้เห็นกันว่า ในที่สุดก็ล้มหายตายจากไปกับระบบคุณธรรมที่เขาเอ่ยถึง การหากิน แสวงประโยชน์กับระบบคุณธรรมที่ล่มสลาย ก็ยังคงดำเนินต่อไป

แล้วเราก็ก้าวเข้าสู่ยุคที่โหวกเหวกโวยวายปฏิรูปประเทศ เข้มข้น คึกคักที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปกันอย่างเป็นระบบ เป็นรูปธรรม 31 หัวข้อเลยไม่ใช่หรือ ที่จะเป็นประเด็นหลักต่อการปฏิรูปให้เกิดขึ้นในบรรดาหัวข้อเรื่องที่จะต้องปฏิรูปกันนั้น ประมวล 4 ข้อใหญ่แล้ว ก็ยังมีเรื่องของการปฏิรูประบบราชการเป็นความสำคัญเร่งด่วนแรกๆ ที่จะต้องทำด้วย แล้วนี่ทำอะไรกันหรือที่ สมช.

เรื่องอย่างนี้มันชาชินซึมลึกราวกับฝังอยู่ในสายเลือดของคนไทย ไม่ต่างกับการมองปัญหาโกงกินคอร์รัปชันในประเทศไทย ซึ่งลือไกลกระฉ่อนโลก ติดอันดับแนวหน้าในความขี้ฉ้อตอแหล ขี้โกงขี้เกียจของคนไทย และการมองระบบการโยกย้ายแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ ในระบบราชการก็คงไม่ต่างกัน เราเอะอะกระทุ้งจิตสำนึกให้ต่อต้านคอร์รัปชัน เราเรียกร้องระบบคุณธรรมในระบบราชการ ล้วนสูญเปล่าสิ้นเชิง

ประหลาดที่มันเกิดกับ คสช.ใน สมช.นี่เอง ก็นโยบายและเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของ คสช.นั่นมิใช่หรือ ที่โพนทะนาป่าวร้องการเข้ามาตามความจำเป็นของสถานการณ์ ในอันที่จะขจัดความขัดแย้ง สร้างความปรองดองและปฏิรูปประเทศ เหตุซึ่งเกิดใน สมช.วันนี้ บอกอะไรบ้างหรือกับปัญหาที่รู้เห็นเป็นอยู่ ปฏิรูประบบคุณธรรม หรือก็ยังทำอย่างเดิมกับระบบคุณธรรม ซึ่งยังมีอยู่หรือ

ผมแทบไม่มีใครใน สมช.เหลือให้รู้จักสักคน แต่ในฐานะสื่อ ก็ติดตามการทำงานด้านนโยบายแผนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของ สมช.มาแทบโดยตลอด ในหลายยุคหลายสมัยที่หัวหน้าสำนักงานในตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ก็เคยมีนายทหารระดับสูงดำรงตำแหน่งมาแล้ว มาปะทะปะทังชั่วคราวบ้าง มาทางการเมืองบ้าง จะทำงานได้เรื่องได้ราวแค่ไหน รู้ได้ยากเพราะอะไรที่เป็นเรื่องของความมั่นคงของประเทศนี้แล้ว เป็นความลับไปหมด มาแล้วก็ไป บ่อยครั้งไม่ใช่หรือ ที่มันปั่นป่วนระบบคุณธรรม

เหตุซึ่งเกิดใน สมช.คราวนี้จะปั่นป่วนระบบคุณธรรมแค่ไหน ต้องเป็นเรื่องที่ คสช.ต้องพิจารณาและคิดได้เอง ความยากลำบากนั้นอยู่ที่อิเหนาเป็นเสียเอง แล้วจะเอะอะมะเทิ่งเรื่องปฏิรูปราชการอะไรกันนักหนา จุดนี้สำคัญนะครับ กับการวางความเชื่อถือต่อเจตนาในการปฏิรูประบบคุณธรรมในระบบราชการ มันจะกลายเป็นขว้างงูไม่พ้นคอ เปลืองตัวไปหน่อย มั้ย

ช่วงเวลาขณะนี้ มีความเปราะบางของสถานการณ์หลายด้านในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นกรณีระเบิดที่ราชประสงค์ การไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ การแตกแยกทางความคิดเรื่องรูปแบบลัทธิการเมือง การปกครองของไทยในอนาคต ทั้งหมดทั้งมวล อาจกล่าวได้ว่าวางอยู่บนศรัทธาความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นเดิมพัน เดิมพันนั้นสูงนัก เพราะมีผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

ข้อวิเคราะห์เรื่องทหารชงให้กันเอง ในการลงคะแนนรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ว่าจะถูกหรือผิด หรือจะบอกว่า เป็นการช่วยให้ คสช.มีอายุอยู่ได้ยาวนานออกไป นั่นไม่น่าเป็นประเด็นอันน่าห่วงใยเพราะโดยความรู้สึกยอมรับทั่วไปต่อ คสช. ก็ดูยังหนักแน่นกับการหนับหนุนให้ คสช.อยู่ยาวไปเถอะ เพื่อทำภาระเรื่องปฏิรูปให้เป็นรูปร่างเสร็จสิ้น ส่งต่อรัฐบาลใหม่ต่อไป

รัฐบาลใหม่จะทำงานปฏิรูปต่อหรือไม่แค่ไหน ก็ไม่ใช่เรื่องที่ คสช.จะต้องกังวลปล่อยให้กลไกควบคุมของประชาชน ติดตามตรวจสอบกันเอง ความคาดหวังขณะนี้ คืออยากเห็น คสช.ปฏิรูปเรื่องอันเป็นปัญหาให้บรรลุเป้าหมายอันเป็นจุดมุ่งประสงค์ในการปฏิรูปประเทศของ คสช. ขอแต่อิเหนาอย่าเพิ่งเป็นเสียเอง.

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ — พุธที่ 9 กันยายน 2558