หมอกควันวันนี้ อาเซียนก็ได้แต่ประชุมวางแผน อ. เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

หมอกควันวันนี้ อาเซียนก็ได้แต่ประชุมวางแผน

อ. เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

เพียงผลการสำรวจตรวจสอบคุณภาพอากาศ อันเกิดจากกลุ่มหมอกควันที่มาจากอินโดนีเซีย เฉพาะในมาเลเซียซึ่งรับผลกระทบมากจนถึงมากที่สุด พบว่าคุณภาพของอากาศเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด 52 แห่งทั่วมาเลเซีย เมื่อวันอาทิตย์พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “ไม่ดีต่อสุขภาพ” โดย 6 แห่ง รวมถึง 1 แห่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ อยู่ในระดับ “ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก”

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผลของกลุ่มหมอกควันที่กระทบไปถึงสิงคโปร์ เลยมาที่ไทยนั้น เริ่มรุนแรงร้ายกาจ “ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก” อย่างน่าเป็นกังวลยิ่ง ข่าวคราวของการประท้วงต่อเหตุดังกล่าวนี้ เริ่มมีเกิดขึ้นในแทบทุกประเทศที่ได้รับผลกระทบจากกลุ่มหมอกควันจากอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์เองก็ได้รับผลดังกล่าว เพียงแต่ไม่มีข่าวออกมาให้รู้กันมากเท่านั้นเอง

ใช่ว่ากลุ่มหมอกควันอันมีผลกระทบหลายประเทศเช่นว่านี้จะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อครั้งเกิดเหตุในปี ค.ศ.1997 นั้น กลุ่มหมอกควันก็ คลุมไปทั่วในประเทศอาเซียน ที่ตั้งอยู่ใกล้กับอินโดนีเซียในภูมิภาคเดียว กัน แม้ขนาดประเทศไทยอยู่ห่างออกมากกว่ามาเลเซียและสิงคโปร์ หลายจังหวัดในภาคใต้ของไทย ก็พบกับผลกระทบดังกล่าว หนักหนาสาหัสสากรรจ์ไม่ต่างกันมากนักกับมาเลเซียและสิงคโปร์นั่นเลย

กลุ่มหมอกควันนี้ เป็นประเด็นสิ่งแวดล้อมสำคัญที่สุดอย่างเดียวที่ข้ามพรมแดนกันอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับประเทศไทยโดยเฉพาะ เรายังโดนกลุ่มหมอกควันที่มีมาจากชายแดนพม่าครอบ คลุมมืดทะมึนในเขตจังหวัดด้านเหนือของประเทศหลายจังหวัด ซึ่งแน่ละ ประเทศที่เผชิญกลุ่มหมอกควันดังกล่าว เผชิญกับปัญหาแทบทุกด้าน ทั้งสังคม เศรษฐกิจ และปัญหาสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพของประชาชน

คำว่า “หมอกควัน” เป็นคำที่อาเซียนใช้อย่างนุ่มนวล ในการกล่าวถึงคำว่าอากาศเสีย อันเกิดจากควันไฟเนื่องมาจากไม่สามารถควบคุมไฟป่า โดยเฉพาะแหล่งหลักๆ ของหมอกควันนี้ มาจากอินโดนีเซียในจังหวัดกาลิมันตัน และสุมาตรา ทางอินโดนีเซียเองก็มีกำลังคนไม่พอ ไม่มีเทคนิคหรือความสามารถทางโลจิสติกส์ในการต่อสู้กับไฟที่เกิดในเขตห่างไกลเคยถึงกับต้องขอให้ออสเตรเลียมาช่วยดับไฟให้ด้วยซ้ำไป

มีข่าวว่า การประท้วงของประชาชนในประเทศที่ได้รับผล กระทบจาก “หมอกควัน” ที่ว่านี้ มีข้อกล่าวหาถึงบริษัทเอกชนที่ได้สัมปทานเข้าไปตัดไม้ทำลายป่าในกาลิมันตันและสุมาตรา ซึ่งน่าจะเป็นจริงอยู่มาก เพราะก็มีข่าวต่อมาว่าทางการอินโดนีเซียเริ่มสอบ สวนการตัดไม้ของเอกชนเหล่านี้ ซึ่งใช้วิธีเผาป่าเอาพื้นที่ขยายทำกิจ การอื่น เช่น ปลูกปาล์มน้ำมัน เป็นต้น ว่าที่จริงมีเหตุเป็นมาเช่นนี้ตลอด การสอบสวนก็ไม่แก้ปัญหาได้สักที

ความต้องการไม้นั้น ทั้งในอินโดนีเซียหรือประเทศหลายประเทศในอาเซียนด้วยกันนั้น ล้วนเป็นไปในอัตราที่ไม่อาจควบคุมได้ การอนุญาตก็ยังทำอย่างไม่สิ้นสุดควบขนานกันไปกับการลักลอบตัดไม้ มีการค้นพบว่า บ่อยครั้งทั้งทหารกับตำรวจต่างก็ร่วมกันทำธุรกิจไม้ด้วย การใช้อำนาจตามกฎหมายจากส่วนกลางและการคอร์รัปชันที่เป็นอยู่ก็เพียงแต่ปล่อยให้ขโมยกินกันไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง

มีการวิเคราะห์กันว่า ศูนย์กลางของการบริหารด้านไม้สักและป่าไม้ของภาครัฐของประเทศต่างๆ ในอาเซียนด้วยกันเองนั้น การบริหารที่รวมศูนย์นี้เอง ยากที่จะปฏิรูปป้องกันเรื่องป่าไม้ได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ ของประเทศไทยเองก็เห็นได้ชัดจากการบุกรุกเขตป่าที่เป็นไปอย่างกว้างขวาง จนรัฐบาลต้องไล่ตามคืนผืนป่าขณะนี้ ความสูญเสียจากป่าไม้ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมานั้นต้องเรียกว่ามากมายมหาศาลทีเดียว

ในมาเลเซียเองก็ไม่ใช่ย่อย การลักลอบส่งไม้ระหว่างอินโดนีเซียกับมาเลเซียนั้น ดูจะเป็นสิ่งที่ทั้งสองประเทศนี้ ควบคุมแทบไม่ได้เลย หรือไม่ได้ผลเลยแต่อย่างใด การกระหายไม้นั้น ดูจะไม่มีขีดจำกัดและลักษณะที่เห็นไม่ต่างกันในประเทศเหล่านี้ ก็คือการแสวงหาเนื้อที่จากผืนป่า ปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้จะเห็นว่าลุกลามเข้าไปสู่เรื่องอันเป็นประเด็นสิทธิมนุษยชนอีกด้วย

เหตุไฟไหม้ป่าในอินโดนีเซียนั้น ในการประชุมเรื่องการตัดไม้ผิดกฎหมาย ปี ค.ศ.2008 ของกลุ่ม G8 ผู้แทนจากกลุ่มสหภาพยุโรปถึงกับกล่าวหาว่า มีนักธุรกิจชาวมาเลเซียไม่น้อยเลย ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้าไม้ผิดกฎหมาย ในกาลิมันตันและในปาปัวของอินโดนีเซีย เพื่อส่งไม้ออกไปให้กับจีน  ตัวแทนของมาเลเซียก็ออกมาแก้ข้อกล่าวหานี้ แต่แน่นอนว่ากลุ่มหมอกควันที่เกิดนั้น ใช่แต่เกิดจากไฟป่าเท่านั้น ส่วนหนึ่งเชื่อกันว่าเกิดจากการตัดไม้แล้วเผาป่า เอาพื้นที่ทำอย่างอื่นด้วย

ทั้งหมดทั้งมวลนี้แปลว่าอะไร สิ่งหนึ่งที่มองกันก็คือว่า อาเซียนล้มเหลวอยู่มากกับการแก้ปัญหากลุ่มหมอกควันที่ว่านี้ และอินโดนีเซียนั่น เอง ที่ถูกก่นประณามทุกครั้งทุกปีที่เกิดปัญหากลุ่มหมอกควัน การจัดการเรื่องเหล่านี้ตามแบบอย่างของทางราชการ ไม่มีผลในทางปฏิบัติมากนัก แม้ทั้งที่อาเซียนด้วยกันเองจะใช้ความพยายามสร้างกลไกรูปแบบต่างๆ ในการแก้ไขปัญาหมอกควันที่ว่านี้ แต่ว่าวันนี้หมอกควันก็ยังทะมึนกระทบชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนหลายประเทศในอาเซียน อยู่นั่นเอง

ตรวจสอบทบทวนกลไกแก้ไขปัญหาเรื่องหมอกควันของอา เซียน ว่ามีอะไรบ้างที่พยายามทำกันมา เราก็จะพบว่า เรื่องหมอกควันนี้ ได้รับความสำคัญมากในการประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม ปี ค.ศ.1995 ซึ่งมีมติรับรอง “แผนความร่วมมือของอาเซียนเรื่องมลภาวะข้ามพรมแดน” ซึ่งนำไปสู่การสร้าง โครงการปฏิบัติงานด้านกลุ่มด้านในระดับภูมิภาค มีองค์ประกอบสามเรื่อง คือ การป้องกัน การติดตามตรวจสอบ และการผ่อนคลาย วิธีการดังกล่าว คือสมมุติฐานว่าอินโดนีเซียจะปรับปรุงสมรรถนะในการจัดการกับกลุ่มหมอกควันให้ดีขึ้น

ต่อมาในปี ค.ศ.2002 อาเซียนได้มีการลงนาม “ข้อตกลงของอาเซียนในเรื่องมลภาวะกลุ่มหมอกควันข้ามพรมแดน” ซึ่งจากข้อตกลงนี้เอง ได้มีการจัดตั้ง “ศูนย์การประสานงานของอาเซียนในการควบคุมมลภาวะกลุ่มหมอกควันข้ามพรมแดน” ซึ่งก็จัดตั้งขึ้นเรียบร้อยในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2003 มี 6 ประเทศให้สัตยาบัน นอกจากอินโดนีเซีย

ผมไม่แน่ใจว่า อินโดนีเซียให้สัตยาบันเรื่องนี้แล้วยังเพราะแม้จะมีความไม่พอใจเรื่องนี้ และกดดันให้อินโดนีเซียให้สัตยาบัน เพื่อที่จะให้เพื่อนประเทศเข้าร่วมมือแก้ไขปัญหาร่วมกัน แต่ดูเหมือนจะมีแต่คำขอโทษของประธานาธิบดียูโดโยโนของอินโดนีเซียเพียงเท่านั้น โดยที่อินโดนีเซียก็ยังไม่ยอมให้สัตยาบันแต่อย่างใด โดยอ้างว่าข้อตกลงอาเซียนเรื่องกลุ่มหมอกควันข้ามพรมแดนนั้น เป็นข้อตกลงไม่ยุติธรรม เพราะตกลงกันแต่เรื่องหมอกควันอย่างเดียว (ซึ่งเล่นงานอินโดนีเซียฝ่ายเดียว)

อินโดนีเซียนั้น ออกจะอ่อนไหวกับเรื่องกลุ่มหมอกควันนี้อยู่มาก เพราะเป็นประเทศต้นเหตุที่ก่อผลกระทบทั่วหลายประเทศ และก็แก้ไขไม่ได้ ยิ่งการไม่ลงสัตยาบัน ยิ่งทำความขุ่นเคืองให้กับประเทศที่ได้รับผลข้างเคียงนั่นเอง นายลีเซียนลุง ของสิงคโปร์ ถึงกับนำเอาประเด็นหมอกควันนี้เข้าไปพูดในที่ประชุมของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ จนยูโดโยโนของอินโดนีเซียไม่ยอมจับมือด้วย และไม่ยอมพูดถึงในการประชุมของอาเซียนต่อมา

จับมือหรือไม่จับมือ ให้สัตยาบันหรือยังไม่ให้ และกลไกต่างๆ ของอาเซียนจะทำงาน “ประชุมและวางแผนกันมากขึ้น แต่ก็มีผลตามมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง” วันนี้กลุ่มหมอกควันก็ยังไม่จางไป.

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ – ศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2558