"สังศิต" อัด การเมืองสกปรกสุดช่วงปี′44-49 "มีการโกงใหญ่สุดในโลก"

“สังศิต” อัด การเมืองสกปรกสุดช่วงปี′44-49 “มีการโกงใหญ่สุดในโลก”

14441806071444180622l

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จัดเวทีรับฟังประชาชน “แผ่นดินไทยใสสะอาด” โดย รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ด้านการประชาสัมพันธ์ กล่าวบรรยายพิเศษหัวข้อ “สถานการณ์คอร์รัปชั่นและการปฏิรูปของไทย” ว่า นับจากปี 2544-2549 เป็นช่วงที่การเมืองสกปรกที่สุดประเทศหนึ่งในโลก เพราะโกงการเลือกตั้ง โกงการแต่งตั้งข้าราชการ เพราะรัฐบาลเติบโตมาจากการโกงเลือกตั้ง และเข้ามาแสวงหาประโยชน์ ภายใต้เสื้อคลุมที่สวยหรูว่าอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย แต่กลับมีการคอร์รัปชั่นที่ใหญ่ที่สุดในโลก

“ทำให้คนดีท้อแท้ หมดกำลังใจ เพราะคนไม่ดีเข้าใจผิดว่ากำลังทำความดีให้ประเทศ แต่กล้าโกหก ขาดความละอายต่อประชาชน สังคมไทยตกอยู่ในภาวะวิกฤต แยกไม่ออกว่าใครดีใครชั่ว เพราะคนไม่ดีได้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งสูงที่สุดของแต่ละองค์กร เรียกว่าเกิดการโกงทุกหย่อมหญ้า คนในสังคมเกิดความคิดผิดเพี้ยนว่า นักการเมืองโกงไม่เป็นไร แต่ขอให้แบ่งผลประโยชน์ให้บ้างก็พอ จึงอยากเตือนให้คนไทยหันกลับมาอยู่กับโลกของความจริงมากกว่าตกอยู่ในอุดมคติ แม้ระบอบประชาธิปไตยจะดี แต่ ผู้ปกครองต้องมีศีลธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง ไม่ควรอ้างว่าได้สิทธิจากการเลือกตั้งแล้วจะเข้ามาโกงประเทศได้”

รศ.ดร.สังศิตกล่าวว่า สิ่งที่เป็นนโยบายที่ฉ้อฉลอย่างร้ายแรงของรัฐบาลที่ผ่านมา คือ การประกาศสงครามกับยาเสพติด เพราะเป็นการจับกุมผู้ค้ารายย่อยซึ่งก็คือผู้เสพเข้าไปขังไว้จนล้นคุก ทั้งที่ควรให้การรักษาและบำบัดให้หายเพื่อให้เป็นคนดีในสังคมต่อไป เพราะคนเหล่านี้คือผู้ป่วยไม่ใช่อาชญากร ในขณะที่ตัวการใหญ่กลับลอยนวล แต่ครอบครัวคนยากจนกลับบ้านแตกสาแหรกขาด

“ทั่วโลกเขาจะห้ามไม่ให้นายทุนเข้ามา บริหารประเทศ แต่รัฐบาลไทยในช่วงหนึ่งกลับริเริ่มสร้างสรรค์การโกงที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน โดยใช้กลไกการตลาดเพราะมาจากกลุ่มทุน มีความชำนาญจากตลาด หลักทรัพย์ ยิ่งรู้มากยิ่งโกงประเทศมาก และเข้าแทรกแซงกลไกอิสระจนสร้างความผิดเพี้ยนเกิดความเสียหายยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน คนไทยต้องลุกขึ้นสู้ยืนหยัดเพื่อสร้างสังคมที่โปร่งใสทิ้งไว้ให้ลูกหลาน” รศ.ดร.สังศิตกล่าว

ที่มา..มติชน ออนไลน์ 7 ตุลาคม 2558