สหภาพยุโรป : รอให้ถึงเวลาเคาะกะลาบ้างก็แล้วกัน อ. เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

สหภาพยุโรป : รอให้ถึงเวลาเคาะกะลาบ้างก็แล้วกัน

อ. เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

ไม่ผิดคาดหรอกครับ กับคำแถลงการณ์ของสหภาพ ยุโรปต่อพัฒนาการทางการเมืองของประเทศไทย และกับสภาพสถานการณ์อันอึงอวลอยู่กับกระ บวนการต่างๆ ที่กำลังดำเนินการไปตามโรดแมป ใช่ว่าสหภาพยุโรปจะไม่รับรู้กระบวนการดังกล่าวนี้ แต่แถลง การณ์ก็ยังคงเร่งรัดให้กระบวนการต่างๆ ของประเทศไทย เป็นไปอย่างเร่งรีบ  และกลับมาสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว

น่าประหลาดที่จะเห็นว่า การออกแถลงการณ์ของสหภาพยุโรป ดูจะจงใจออกมาในทันทีไม่นาน หลังจากที่ท่านนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางกลับจากการประชุมสมัชชาใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ จุดนี้มองเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากเป็นเจตนาหลู่เกียรติประเทศไทย ไม่พยายามเข้าใจสถานการณ์อันจำเป็นของประเทศไทย และอาจเป็นการวางมาตรการตราโทษประเทศไทยต่อไป

นี่เป็นลักษณะเดียวกัน กับที่สหภาพยุโรป และหลายชาติตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกาได้กระทำมาแล้วกับพม่า ในช่วงที่พม่ายังอยู่ใต้กลุ่มอำนาจเผด็จการทหาร การแซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจต่อพม่า และการตัดขาดความสัมพันธ์ ถึงกับประกาศไม่ต้อนรับการเดินทางของนายทหารในกลุ่มอำนาจของพม่าเข้าประเทศ เป็นเรื่องที่สหภาพยุโรปและชาติตะวันตก เคยทำมาแล้วทั้งสิ้น

การกดดันดังกล่าว มีผลกระทบถึงอาเซียนโดยรวมไม่น้อย ถึงกับมีข้อกล่าวหาอาเซียนในขณะนั้น ว่าดำเนินการน้อยเกินไปกับการกดดันพม่า ข้อที่ไทยจะต้องเตรียมเผชิญกับสถานการณ์ลักษณะเดียวกัน คือการประชุมอาเซียน-ยุโรป ที่จะมีขึ้นต่อไปนั้น ต้องดูกันว่าสหรัฐกับสหภาพยุโรป จะส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมกับไทยในที่ประชุมนี้ เหมือนอย่างเช่นที่สหรัฐและสหภาพยุโรป ปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมกับพม่า เช่นที่แล้วมานั้นหรือไม่

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทยกับชาติมหาอำนาจเหล่านี้ ดูๆ ไปแล้วเริ่มมีความเปราะบางมากขึ้นทุกที กับพม่านั้น ทั้งสหรัฐถึงกับประกาศไม่ยอมเข้าร่วมประชุม และหลายครั้งของการประชุมอาเซียน-ยุโรป รมต.ต่างประเทศ อย่างคอนโดลีซซา ไรซ์ ก็ฉุยฉายเฉียดใกล้ทำท่าจะเข้าร่วมด้วย แต่แล้วก็ไม่เคยเข้าประชุมเลย

ที่ร้ายไปกว่านั้น คือตั้งเงื่อนไขหากจะเข้าประชุมร่วมด้วย ก็จะขอให้ลดสถานะของผู้แทนของพม่าลง คือ ให้เป็นระดับรองลงมาเท่านั้น เรื่องเหล่านี้วุ่นวายอลวนกันอยู่ในช่วงเวลาของการประชุมอาเซียน-ยุโรปที่ผ่านมา ตรงนี้อีกเช่นกัน ที่ไทยจะต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นว่านี้ แถลงการณ์ของสหภาพยุโรป คงพอบอกให้เห็นแนวทางจะจัดการกับไทยเช่นนี้ก็ได้

อาเซียนเอง คงต้องตกอยู่ในสภาพอันน่าอึดอัดมากอีกครั้ง กับกรณีที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นได้นี้เห็นได้จากกรณีของพม่า เพราะทั้งสหรัฐและสหภาพยุโรป ล้วนต่างวิพากษ์วิจารณ์อยู่มากว่าอาเซียนไม่ได้ทำอะไรอย่างเพียงพอต่อพม่า ข้อโต้แย้งเรื่องการไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกันในหมู่รัฐสมาชิกอาเซียนนั้น กลับไม่ได้รับการรับฟังจริงจังแต่อย่างใด น่าตามดูว่าข้อวิพากษ์เช่นว่านี้ จะมีออกมาจากสหรัฐหรือจากสหภาพยุโรปอีกหรือไม่

มองในอีกมิติหนึ่ง อาจเห็นกันไปได้ว่า หากสหรัฐกับสหภาพยุโรป ก็ยังหันนำเอามาตรการที่ใช้กับพม่าสมัยเดิมในยุคเผด็จการทหารมาใช้กับไทย มันอาจกลายเป็นสิ่งท้าทายความเป็นประชาคมอาเซียนที่เกิดขึ้นนั้นด้วย และต้องไม่ลืมว่า ไทยเป็นประเทศผู้ริเริ่มก่อตั้งอาเซียน ประเทศหนึ่งมาแต่แรก หากแรงกดดันของสหรัฐกับสหภาพยุโรป เกิดขึ้นกับไทยอีกครั้งในลักษณะเดียวกับที่ใช้กดดันพม่า ความเป็นประชาคมอาเซียน จะร้อยรัดกันไว้แนบแน่น หรือจะถูกชาติมหาอำนาจเหล่านี้ บ่อนทำลาย

อย่าวางใจนักเลย และอย่าเริงใจมากนัก ที่เชื่อว่านานาชาติเข้าใจเรา เข้าใจและเห็นใจสถานการณ์ของประเทศไทย เพราะแท้จริงแล้ว ก็ชาติมหาอำนาจเหล่านี้ไม่ใช่หรือ ที่เป็นเจ้าอาณานิคมของเกือบทั้งสิบประเทศในอาเซียน นอกจากไทย ภาวะจิตวิญญาณของเจ้าอาณานิคมนั้น ไม่ได้หมดไปเลย และก็ยังคงต้องการครอบงำบงการให้ประเทศอื่น เป็นรัฐที่ต้องพึ่งพามหาอำนาจเหล่านี้อยู่ร่ำไป อาการอันต้องการครอบงำบงการนั้น ก็คงเห็นได้ชัดจากแถลงการณ์ 23 ข้อของสหภาพยุโรปคราวนี้ด้วย

จากจุดนี้ บางทีจะบ่งชี้ให้เห็นการเมืองระหว่างประเทศในเอเชียแปซิฟิก เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น จากการเข้ามายุ่งเกี่ยวอีกของหลายชาติมหาอำนาจ และแน่ละ กับอาเซียนนั้น มหาอำนาจนอกภูมิภาค เริ่มวิ่งเข้ามาแสวงหาทั้งเขตอิทธิพลอันเป็นผลประ โยชน์ทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ อาการที่ชี้ชัดนี้ เห็นได้จากการแห่กันเข้าไปเผชิญหน้ากันในพม่าขณะนี้นั่นเอง

การเผชิญหน้ากับชาติมหาอำนาจ จะมีความมึนตึง และความตึงเครียดเพิ่มขึ้นจากนี้ ดังจะเห็นได้จากเขตอันเป็นผลประโยชน์ แย่งชิงกันมากทั้งในอาเซียน และระหว่างชาติมหาอำนาจ คือบริเวณเขตอนุภูมิภาคมหานทีแม่น้ำโขง (GMS = Greater Mekong Subregion) และเขตทะเลจีนใต้ (South China Sea) กลายเป็นผลประโยชน์ทั้งในทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด สิ่งบอกเหตุที่เริ่มเห็นแล้ว ก็เช่นการที่กองทัพเรือที่ 7 ของสหรัฐ ถูกส่งเข้าทะเลจีนใต้แล้ว เป็นต้น

แหล่งอันเป็นผลประโยชน์สำคัญของอาเซียนนี้ เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ทุกประเทศแสวงหา และการแย่งชิงก็ดูจะเป็นไปอย่างเข้มข้น เราอาจเห็นประเด็นขัดแย้งเช่นที่เกิดขึ้นในทะเลจีนใต้ ที่มีจีนกับ 4 ประเทศในอาเซียน และขณะนี้ทั้งสหรัฐ อินเดีย และออสเตรเลียก็จ้องเข้ามายุ่งเกี่ยว สงวนและแย่งชิงผลประโยชน์ทางทะเลที่มีอยู่อย่างมหาศาลใต้ท้องทะเลจีนใต้แห่งนี้

ที่น่ามองเห็นการแย่งชิงผลประโยชน์ ในอาณาบริเวณอนุภูมิภาคมหานทีแม่น้ำโขง คือภาพการวิ่งหางจุกก้นโดยเฉพาะ ชาติตะวันตก ที่มีทั้งสหรัฐและชาติต่างๆ ของสหภาพยุโรปนี่เอง ที่วิ่งเข้าพม่า เมื่อได้ยินเสียงเคาะกะลา มีของให้กิน เราจะต้องคอยดูด้วยว่า เมื่อ คสช.ดำเนินการตามโรดแมปเสร็จสิ้นแล้วนั้น ทั้งสหรัฐกับสหภาพยุโรปจะวิ่งหางจุกก้นมาไทยเหมือนเช่นที่เห็นไปพม่าไหม

เพราะต้องไม่ลืมว่า ไทยในสถานะภูมิรัฐศาสตร์ ตั้งอยู่ในศูนย์กลางของความเป็นประชาคมอาเซียนอย่างสำคัญ เป็นจุดยุทธศาสตร์ของพลวัตแทบทุกด้านของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สหรัฐเองก็มองเห็นความสำคัญข้อนี้ ตั้งแต่เกิดช่วงสงครามเย็นหลังสงครามโลกครั้งที่สองมาแล้ว ก็เห็นเทียวไล้เทียวขื่อกับสนามบินอู่ตะเภาบ่อยครั้งไม่ใช่หรือ

สหภาพยุโรปจ้องมองอะไรกับประเทศไทยหรือ  หายนะทางเศรษฐกิจของโลกทางแถบนั้นจะบอกชัดขึ้นกับความหิวกระหายกลับมายังโลกทางแถบนี้ เราจะเห็นเครื่องมือก่นตะโกน ของชาติเหล่านี้ ที่ในที่สุดนำพามาซึ่งการต่อรองเพื่อผลประ โยชน์ของกลุ่มตัวเองเสมอ เช่น แถลงการณ์ที่มีออกมาดังกล่าว คาถาด่าชาวบ้านไม่มีอะไรมากไปกว่า เรื่องสิทธิมนุษยชน กับรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะทุจริตคดโกงเพียงไร

สนใจอะไรนักหนากับแถลงการณ์ห่าๆ แบบนี้ รอให้ถึงเวลาเคาะกะลาบ้างก็แล้วกัน.

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ – จันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2558 00:00:46 น.