มิติโลกาภิวัตน์: โปลิศจับขโมย – ลอยชายกันไปมา

มิติโลกาภิวัตน์: โปลิศจับขโมย – ลอยชายกันไปมา

อ. เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

กรณีระเบิดที่ราชประสงค์ยังไม่จบง่ายๆ หากแต่ยิ่ง สืบสวนเสาะหาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งมีเครือข่ายกางคลุมกลุ่มต่างๆ เริ่มเผยผลออกมาทีละขั้นตอน หะ แรกที่คิดกันว่าจะมีส่วนหยั่งรากมาจากต่างชาติ หากแต่โยงใยหลักฐานที่ปรากฏ เริ่มส่อวี่แววให้เห็นแล้ว เมื่อมีคนไทยมีข่าวร่วมขบวนการระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์นี้

เราอาจจะเฝ้าติดตามดูกันว่า จะยังจับใครได้อีก ที่เข้ามาเกี่ยวข้องร่วมขบวนการนี้ แน่นอนคดีดังกล่าวนี้อยู่ในสายตาของนานาชาติ และยิ่งโดยเฉพาะกับคนหลายชาติที่ได้รับบาดเจ็บล้มตายจากเหตุวางระเบิดที่เกิดขึ้น สิ่งบ่งชี้หนึ่งก็คือ ความร่วมมืออย่างขันแข็งมากทีเดียวของประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าทั้งมาเลเซียหรือประเทศจีน

เสียงก่นประณามด้วยความโกรธแค้น มีอยู่ทั่วกับความชั่วร้ายของกลุ่มคนร้ายเหล่านี้ ข้อที่ดูจะอุบไต๋กันอยู่ คือส่วนซึ่งเป็นสาเหตุและแรงจูงใจในการกระทำดังกล่าว การเดาสุ่มไปถึงเรื่องความไม่พอใจของคนบางกลุ่ม โยงเข้ากับเหตุของชาติพันธุ์ต่างชาติจากจีนที่ไม่พอใจไทยจากการย้ายถิ่นฐาน ประสานเข้ากับกระบวนการค้ามนุษย์ บัดนี้คิดกันไปถึงกลุ่มการเมืองในประเทศแล้ว

คงยังไม่ลืมเสียงออกอาการโกรธเกรี้ยวของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เพิ่งเกษียณอายุไป ที่ดูจะชี้ให้เห็นความเสียหายเหล่านี้ ที่มีผลจากการสืบสวนพบว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนั่นเอง มีส่วนเอื้ออำนวยการเข้าเมืองของคนกลุ่มนี้ การค้นพบพาสปอร์ตปลอมนับจำนวนเป็นร้อยฉบับ ก็ยังฟ้องชัดโยงใยถึงการทำงานของการตรวจคนเข้าเมืองอีกด้วย

ถ้าจุดนี้คือเหตุหนึ่งอันหละหลวมเหลือเกิน ข่าวนั้นมีออกมาว่า มีการยื่นหมูยื่นแมว เอื้อประโยชน์ต่อกัน เราได้ข่าวต่อมาว่ามีการโยกย้ายตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกันเป็นขบวน แล้วข่าวนั้นก็เงียบไป ตำรวจเหล่านั้นไปอยู่ที่ไหน หากสอบสวนว่ามีความผิดในการปฏิบัติหน้าที่จริง มันจะหยิกเล็บเจ็บเนื้อ ลงโทษทัณฑ์กันสาสมแค่ไหน หรือก็…..

งานที่เกี่ยวกับคนต่างชาติเข้าเมือง อาจต้องทบทวนกันบ้างไหม เมื่อเกิดเหตุดังกล่าวที่ราชประสงค์ เรื่องนี้น่าจะโยงมาถึงกระทรวงการต่างประเทศ ในการเปิดวีซ่าฟรีให้กับต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทย และเปิดช่องทางให้ทั้งกับผู้ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศไทย กับเจ้าหน้าที่บางคนที่ประพฤติชั่ว ไม่คำนึงถึงเหตุเภทภัยอันจะเกิดขึ้นจากคนเหล่านี้

การเปิดวีซ่าฟรีให้ต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยนั้น ดูเหมือนนอกจากความอนุเคราะห์แก่กัน ในความสัมพันธ์กับบางประเทศที่เปิดวีซ่าฟรีให้กับคนไทยด้วยวีซ่าฟรีของไทย ยังเป็นไปตามจุดมุ่งประ สงค์ของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่มีแต่นโยบายการท่องเที่ยวเชิงปริมาณเป็นสำคัญ นักท่องเที่ยวดีชั่ว มั่วแหลก เข้ามาเลย เชิญ

พูดกันมากอย่างภูมิใจ คนไทยโอบอ้อมอารี ใจดี  ยิ้มสยาม ใครมาถึงเรือนชานก็ต้อนรับ แต่สิ่งที่เห็นมากขึ้น บ่อยขึ้น คือคนที่มาเยือนไม่ใช่คนที่น่าต้อนรับเท่าไรนักเลย ทำท่าจะต้อนรับไม่ไหวแล้ว สหรัฐเองได้พบกับประสบการณ์ในกรณี 9/11 ที่ระเบิดตึกเวิลด์เทรดของเขา และในทันทีเขาใช้กฎเข้มงวดมากกับการตรวจตราใครก็ตามที่จะเข้าประเทศของเขา

บทเรียนดังกล่าวจะบอกอะไรกับเรา ในการเตรียมรับสถาน การณ์ก่อการร้ายข้ามชาติแก่เราบ้างไหม หลังเหตุการณ์ 9/11 ไม่นาน ประธานาธิบดีบุชของสหรัฐ กล่าวเตือนกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เป็นจุดหมายต่อไปของการก่อการร้ายที่จะเกิดขึ้น ความตระหนักรู้ในการป้องกันจะมีแค่ไหนไม่ทราบ จนเมื่อเมืองท่องเที่ยวอย่างบาหลีของอินโดนีเซียระเบิดเถิดเทิงคนตายเกือบๆ 200 คนจนได้ ในปี ค.ศ.2002 เพียงปีเดียวต่อมาจากที่เกิดเหตุในสหรัฐ

ถ้าดูเหตุที่เกิดที่ราชประสงค์ ซึ่งน่าจะเห็นเจตนาเบื้องหลังที่ระเบิดขึ้นในเขตท่องเที่ยวของคนต่างชาติจำนวนมาก ดูๆ แล้วจะไม่ต่างกับระเบิดที่เมืองบาหลีของอินโดนีเซียนั่นเลย ครั้งนั้นนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเสียชีวิตมากที่สุด  ของไทยเราคราวนี้ มีคนจีนเป็นสัดส่วนมากอยู่  ยกมาเตือนความจำเรื่องนี้ ไม่สำคัญหรอกว่า อินโดนีเซียวางมาตรการป้องกันเรื่องในลักษณะดังกล่าวนี้อย่างไร มันสำคัญ และน่าสนใจว่า เราต่างหากจากเหตุคราวนี้วางมาตรการป้องกันอะไรกัน หรือก็แค่ย้ายๆ ให้พ้นไป

เรื่องวีซ่าฟรีนั้น นอกจากเปิดให้อย่างเป็นการอนุเคราะห์แก่กัน ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เปิดให้กับไทย ยังเป็นเรื่องที่พูดที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว กับการบูรณาการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน  ซึ่งนับแต่ 31 ธันวาคม 2558 ที่เป็นวันเริ่มต้นความเป็นประชาคมอาเซียนแล้ว การไปมาหาสู่ของคนอาเซียนเกือบ 600 ล้านคน จะเป็นไปอย่างเสรี มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันมากขึ้น

นั่นเป็นสิ่งดีสำหรับคนในอาเซียนด้วยกัน และนั่นคือสิ่งซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าเมืองของคนจากนอกประเทศไทย จะต้องมีกลไกเข้มงวดกวดขันเพิ่มขึ้นด้วยกับเรื่องของวีซ่าฟรี ขณะเดียวกันกับมาตรการควบคุม ตรวจสอบนักเดินทางที่ต้องมีวีซ่าหรือใบอนุญาตให้เข้าเมือง ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดเหตุเช่นที่ฝ่ายตำรวจชี้ให้เห็น ส่วนสำคัญมาจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของเรา

มันไม่ใช่ปล่อยปละหาประโยชน์จนเกิดเหตุวิบัติกับประเทศชาติอย่างที่เป็นมา การเปิดให้เดินทางอย่างเสรีในอาเซียน ไม่ได้หมายความว่าจะมีคนดีทั้งหมดเดินทางมาประเทศไทย คนผู้ชั่วร้ายก็อาจรวมเข้ามาด้วย ในสถานการณ์ที่การก่อการร้ายข้ามชาติระบาดไปทั่ว และที่เกิดกับไทยเช่นที่ราชประสงค์นั้น ก็ยังเห็นเงียบงันกันอยู่ต่อการวางมาตรการป้องกันอย่างมีสมรรถภาพขึ้น เพียงการกล่าวของหัวหน้าใหญ่ความมั่นคง บ๊งเบ๊งแต่ว่า ระมัดระวังแล้ว ทำอะไรหรือที่จะให้ประชาชนอุ่นใจ มั่นใจ

อวดโอ่โม้กันเรื่อยมาว่า ไทยได้ประโยชน์ได้เปรียบกับการที่เราเป็นแหล่งท่องเที่ยวดีมากระดับโลก และน่าจะดีที่สุดในอาเซียน เราคาดหวังกับการเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพดีที่สุดของอาเซียนด้วยซ้ำไป เราเริงใจกับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวเมืองไทย และเราก็ทำการท่องเที่ยวเชิงปริมาณที่หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวท่องจำตัวเลขรายงานประชาชนเละเทะแค่ไหนก็รู้เห็นกัน

เราพยายามพูดโพนทะนาว่า เหตุระเบิดราชประสงค์ไม่กระ ทบกระเทือนนักท่องเที่ยว นั่นดูและประเมินจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่ยังเดินทางเข้ามา แต่นั่นจริงหรือ เราเห็นนักท่องเที่ยวคุณภาพสักแค่ไหน เพียงไร เพียงเกิดเหตุการณ์ครานี้ ก็โหมประโคมข่าวเรื่องประกันภัยนักท่องเที่ยวขึ้นมาจากปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬาคนใหม่ และเราก็ยังเปิดประตูแก่ภัยอันจะเกิดได้กับนโยบายท่องเที่ยวโดยปริมาณ ก็เท่านั้นเอง

อย่าว่าแต่ปล่อยให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาในเมืองไทยอย่างง่ายดายเลย ผู้ประสงค์ร้ายคนไทยด้วยกันเอง พวกโกงกินคอร์รัปชัน ก็ยังปล่อยออกนอกประเทศไทยไปลอยชายทำร้ายประ เทศกันอยู่ข้างนอกนั่นเลย ไม่เป็นท่าเอาเสียจริงๆ ระวังเถอะ การหนีอาจเกิดขึ้นอีกจากคดีใหญ่ๆ นี่เอง.

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ — จันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2558 00:00:29 น.