มิติโลกาภิวัตน์: มีคนดู-มีคนเล่น-เล่นให้ดีก็แล้วกัน

มิติโลกาภิวัตน์: มีคนดู-มีคนเล่น-เล่นให้ดีก็แล้วกัน

อ. เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

ก็ปรากฏรายชื่อครบถ้วน สมการรอคอยกันอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ สมอยากกันแล้วนะครับกับสมาชิกทั้งของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปฯ ดูคึกคักกันดีออก ทั้งยิ้มแย้มแจ่มใส ดีอกดีใจกับตำแหน่งทั้งสอง ทั้งโดยตระหนักดีว่า ภาระหน้าที่ในวันข้างหน้านั้น หนักหนาสาหัสสากรรจ์อีกครั้งหนึ่งในชีวิตทีเดียว

จำนวนหน้าตาสมาชิกเหล่านี้บอกอะไรบ้าง หะแรกสุด น่าจะเป็นความรู้สึกกับการรับรู้หน้าตาของท่านเหล่านี้ พลันจะบอกความเชื่อมั่นได้ทันทีว่า น้ำหน้าอย่างนั้นเหรอจะไปขับเคลื่อนการปฏิรูปอะไรได้นักหนา หรือไม่ก็ต้องรู้สึกได้ว่า เจ๋งว่ะ น่าจะไปได้ แต่จะพายเรือแป๊ะ พาแป๊ะขึ้นฝั่งได้แค่ไหนนั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกันต่อไป

ดูจากสัดส่วน จะเห็นว่าสัดส่วนใหญ่จริงๆ นั้นเป็นคนในระบบราชการเป็นส่วนใหญ่ ทั้งที่อยู่นอกราชการแล้ว และหรือที่ยังอยู่ในระบบราชการ ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นทหารเสียอีก ดูจากตรงนี้ก็พอเห็นกระบวนการสรรหานั้น ซับซ้อนพอสมควร และไม่น่าเชื่อว่านายกฯ เป็นคนตัดสินคนเดียว มีคนบางคนถูกเลือกตัดสินให้ท่านนายกฯ มาก่อนแล้ว

หลายฝ่ายหลายสื่อคงจะวิเคราะห์สัดส่วนดังกล่าวนี้ไปก่อนแล้ว ซึ่งก็เห็นกันว่าหน้าตาของสมาชิกเหล่านี้ก็พอรับกันได้ ตอนนี้มันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้วแหละ เพราะก็เลือกกันไปแล้วเรียบร้อยโรงเรียน คสช. จะเลือกกันยังไงก็เรื่องของเขา ในฝ่ายสื่อมวลชนนั้น เสียดายว่ามีอยู่เพียงสองท่าน ซึ่งในวงการสื่อก็รู้กันดีว่ามาจากสายไหน

ใครขึ้นเวที ก็แสดงบทของแต่ละท่านไป ใครที่เป็นคนดูก็รอดูกันไป มันขึ้นอยู่กับว่าเล่นกันเป็นไหม ดูกันเป็นไหม เล่นไปทะเลาะกันไป หรือเลิกเล่นแล้วก็ยังทะเลาะกันอยู่ บางทีจะเหมือนดูฟุตบอลของไทยๆ เราเสียก็ไม่รู้ ที่อื่นนักฟุตบอลเขาตีกัน แต่ของพี่ไทยคนดูไล่ตีไล่ทุบกรรมการ จะมีที่ไหนตลก 5 ดาวเหมือนบ้านเราทั้ง กรธ., สปท. อย่าเลียนแบบละกัน

ข้อที่ผู้คนไม่แน่ใจคุณภาพของท่านสมาชิก สปท. โดยเฉพาะผู้คนในวงราชการ หรือแม้เกษียณออกมาแล้ว เขามองคนเหล่านี้เหมือนม้าที่เคยถูกปิดตาให้เดิน เฆี่ยนหลังทีก็เดินไปตามกรอบสายตาที่กำหนดให้เห็น แต่งานปฏิรูปประเทศต้องการคนที่มีโลกทัศน์กว้างไกลกว่าความเคยชินกับประสบการณ์อันคับแคบ ไหว-ไม่ไหว ไม่นานคงพอได้เห็นกัน

แย้มกันออกมาอย่างยอมรับเปิดเผย ว่าจะต้องให้มาพายเรือแป๊ะ เลยไม่ค่อยมีคำถาม และไม่สงสัยกันนักว่า ทำไมจึงมีทหารเป็นสัดส่วนไม่น้อย แม้จะมีการปูพื้นวางภูมิหลังล่วงหน้าแพลมออกมาว่า ทหารใช่รู้จักแต่ยิงปืน แต่มีทหารเก่งเรียนจบปริญญาเอกก็มาก การได้เป็นสมาชิกจึงไม่ดูน่าเกลียดอะไรนัก ที่สำคัญคือหลักการของทหารนั้น ต้องฟังผู้บังคับบัญชา สัดส่วนจุดนี้จึงชี้ให้เห็นกระบวนการพายเรือแป๊ะนี่เอง

ทั้งการร่างรัฐธรรมนูญ และการขับเคลื่อนการปฏิรูป เป็นความคาดหวังของคนในสังคมไทย ที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงใหม่ไปสู่สิ่งที่ดีกว่าจากการปฏิรูปคราวนี้ ขณะเดียวกันมันจะเป็นสิ่งท้าทาย คสช.พร้อมกันไปด้วยว่า เขาจะช่วยพายเรือแป๊ะไปถึงฝั่งได้จริงๆ แค่ไหน ก็ร่างรัฐธรรมนูญที่แล้วกับ สปช. เรือมันล่มกลางลำคลองไม่ใช่หรือ

งานร่างรัฐธรรมนูญ ท้าทายมากมาตั้งแต่ตัวประธานร่างรัฐธรรมนูญก็ว่าได้ เพราะแม้จะเค้นหากันควั่ก ก็รู้กันอยู่แล้วว่าไม่น่าจะหนีพ้นคนที่จะมาเป็นประธานร่างรัฐธรรมนูญคราวนี้ มีข้อวิเคราะห์กันว่ามีประสบการณ์สูงมากกับการร่างรัฐธรรมนูญ ให้กับคณะรัฐประหารหลายรุ่นหลายสมัย การกลับมาร่างรัฐธรรมนูญของ คสช.คราวนี้ กับที่แสดงออกมา ก็บอกอาการพายเรือให้แป๊ะไม่ต่างกัน

เมื่อทุกคนต่างรู้กันแล้วว่าจะต้องพายเรือให้แป๊ะ หลายคนก็อยากรู้จริงๆ ว่า ตกลงแป๊ะจะเอายังไง ทั้งกับรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปประเทศ ข้อสงสัยส่วนหนึ่งจากเหตุล่มของร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว ทั้งเรื่องที่มาของ ส.ว. ที่มาของนายกฯ และที่มากับอำนาจซ้อนครอบงำอำนาจรัฐ สิ่งที่แป๊ะต้องการขณะนั้น ยังจะถูกจับยัดกลับเข้ามาอีกหรือเปล่า กับร่างรัฐธรรมนูญที่ท่านมีชัยจะร่างขึ้น

ถ้อยแถลงของท่านมีชัยน่าสนใจมาก ที่บอกผลที่จะได้ออกมาจากการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องมีความเป็นสากลในบริบทอันเป็นภูมิทัศน์ทางสังคมการเมือง เศรษฐกิจของไทย นี่ก็จะกลายเป็นอีกความท้าทายหนึ่งของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ สิ่งที่น่าจับตาดูก็คือว่า นานาชาติสังคมประชาธิปไตยจะยอมรับแค่ไหนกับประชาธิปไตยแบบไทยๆ แน่นอนเขาไม่ต้องการประชาธิปไตยแบบอำนาจนิยม

จุดอันมุ่งประสงค์หนึ่งของ คสช. คือความเป็นประชา ธิปไตยอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี นี่คือสิ่งที่นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ และนั่นกลายเป็นสัญญาประชาคมโลก  ที่เมื่อกลับมาแล้ว ก็คือความพยายามและการสร้างกลไกไปสู่พัฒนาการที่ประเทศไทยจะกลับไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยนั่นเอง คำสัญญานั้นก็คือจะมีการเลือกตั้งขึ้น

การเลือกตั้ง อาจจะเป็นหัวใจหนึ่งของระบอบประชาธิป ไตย แต่ระบอบประชาธิปไตยนั้น ต้องการผลของการเลือก ตั้งที่นำไปสู่การมีรัฐบาลธรรมาธิปไตย ประชาธิปไตยโดยการเลือกตั้งหรือไม่อย่างไร หัวใจของธรรมาภิบาลก็คือความสุจริตนี่เอง นั่นคือความโปร่งใสที่เป็นแก่นหลักรวมอยู่ในระบบนิติรัฐ นิติธรรม ที่ทุกรัฐบาลต้องกำหนดสร้างขึ้น

จุดเน้นสำคัญเหล่านี้ น่าจะอยู่ในใจของสมาชิกร่างรัฐ ธรรมนูญแล้ว กลไกธรรมาภิบาลที่จะร่างไว้ในรัฐธรรมนูญ จะต้องมีฐานหลักเรื่องเสรีภาพ ความเสมอภาค ความยุติธรรม ความมีมนุษยธรรม สิ่งเหล่านี้แท้จริงแล้ว คือสิ่งที่ท่านนายกฯ พูดถึงการสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ให้กับสังคมไทยนั่นเอง

เรือแป๊ะที่พูดถึงกันบ่อยครั้งนั้นเล่า จะพายเลเพลาดพาดเลยไปจากแก่นหลักประชาธิปไตยที่เป็นสากลเหล่านี้ไหม นี่ไงที่ผมบอกว่า มันท้าทายกรรมการร่างรัฐธรรมนูญคราวนี้ ก็ร่างฉบับที่ล่มไปแล้วไม่เป็นท่า หลายส่วนหลายประเด็นไม่ใช่หรือ ที่กระโดกกระเดกกับหลักการเหล่านี้ จนคาดกันว่า แม้ถึงเลยไปสู่การลงประชามติก็อาจอับอายขายหน้าชาวพาราไปตามกัน

มีผู้เล่น มีผู้ดู และผมว่าผู้ดูเขาเอาจริงเอาจังนะครับ ทั้งเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ และเรื่องขับเคลื่อนการปฏิรูป ก็มีคนเอาใจช่วยนะครับ อยากให้จุดมุ่งประสงค์ของ คสช. จบลงสวย ยุติความขัดแย้ง เกิดการปรองดอง ปฏิรูปประเทศให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาประเทศ และเราจะได้กลับไปเป็นประชาธิปไตยอยู่กับชุมชนโลกอย่างมีศักดิ์ศรีต่อไป

คนดูก็จะตั้งใจดูให้ดี มีระเบียบเรียบร้อย ผู้เล่น เล่นให้ดีก็แล้วกัน.

 

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ — พุธที่ 7 ตุลาคม 2558