คำประกาศเกียรติคุณ นางสาวรสนา โตสิตระกูล ในพิธีมอบปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต ประจำปี ๒๕๕๗

คำประกาศเกียรติคุณ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล

ในพิธีมอบปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง

มหาวิทยาลัยรังสิต ประจำปี ๒๕๕๗

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และอดีตสมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้นำภาคประชาชนที่ตระหนักถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง โดยมีบทบาทสำคัญในการเรียกร้องสิทธิ ความเสมอภาค และมีความตั้งใจมุ่งมั่นสร้างสรรค์กลไกอำนาจของภาคประชาชนเพื่อเข้าไปตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐที่ถูกใช้ไปเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ดังเช่น กรณีคดีการทุจริตยา และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเป็นอาทิ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล เกิดที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน  พ.ศ. ๒๔๙๖ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม ในปี  พ.ศ.๒๕๑๓ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านวารสารศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี พ.ศ.๒๕๑๗

ประวัติการทำงานของนางสาวรสนา โตสิตระกูล ที่ผ่านมามีบทบาทการทำงานเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง เช่น กรรมการในฐานะตัวแทนผู้บริโภค  แกนนำเครือข่าย  ๓๐  องค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อผู้บริโภค ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคสองสมัย เลขาธิการมูลนิธิสุขภาพไทย  กรรมการผู้จัดการมูลนิธิโกมลคีมทอง กรรมการอิสระบริษัท   อสมท. จำกัด (มหาชน)  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กรรมการเตรียมการจัดตั้งสภาพัฒนาการเมือง และยกร่างแผนแม่บทพัฒนาการเมือง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามกระบวนการและมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภานิติบัญญัติ  และสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

บทบาททางด้านสังคม นางสาวรสนา โตสิตระกูล ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาชนบทเมื่อครั้งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ ๑ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งปณิธานในการอุทิศตนเพื่อชาติ  บทบาทที่โดดเด่นเป็นที่รับรู้ในสังคมวงกว้างและประสบผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อมาคือ กรณีการตรวจสอบทุจริตยา  ในฐานะเป็นหนึ่งในแกนนำในการล่ารายชื่อ ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ  เพื่อยื่นตรวจสอบการทุจริตยาของกระทรวงสาธารณสุข จนเป็นเหตุให้ นายรักเกียรติ สุขธนะ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น ถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา ๑๕ ปี และถูกยึดทรัพย์เป็นจำนวน ๒๓๓.๘ ล้านบาท  โดยต้องใช้เวลาเคลื่อนไหวทั้งสิ้นกว่า  ๖  ปี บทบาทสำคัญอีกกรณีหนึ่งคือ การยับยั้งการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  โดยได้ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองให้ยับยั้งการแปรรูป กฟผ. อันนำมาสู่คำสั่งเพิกถอนพระราชกฤษฎีกาแปรรูป กฟผ. ทั้ง ๒ ฉบับ  รวมทั้งในช่วงที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ได้ทำหน้าที่เรียกร้องสิทธิให้กับประชาชนในนามกลุ่ม ๔๐ สว. จากเหตุการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ได้ดำเนินการเรียกร้องต่อรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นต้นมา

สำหรับเหตุผล ในการมอบปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ  และการเมือง แก่ นางสาวรสนา โตสิตระกูล มีอย่างน้อย ๓ ประการ คือ

ประการแรก เป็นแกนนำภาคประชาชนในการรักษาผลประโยชน์สาธารณะ มาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ประจักษ์ชัด

ประการที่สอง เป็นผู้ไม่เกรงกลัวอำนาจรัฐในการต่อสู้เรียกร้องสิทธิและรักษาผลประโยชน์สาธารณะในกรณีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรณีการทุจริตยา หรือการแปรรูปรัฐวิสาหกิจต่างๆ  และ

ประการที่สาม เป็นบุคคลสำคัญที่ได้สร้างปรากฏการณ์ขึ้นในสังคมไทย เมื่อภาคประชาชนขับเคลื่อนเอาผิดนักการเมืองทุจริตจากกรณีการทุจริตยา จนท้ายที่สุด นักการเมืองรายนั้นถูกศาลจำคุกเป็นเวลาถึง ๑๕ ปี และถูกยึดทรัพย์เป็นจำนวน ๒๓๓.๘ ล้านบาท โดยใช้เวลาเคลื่อนไหวรวม ๖ ปี

จากข้อเท็จจริงและเหตุผลที่กล่าวข้างต้น  สภามหาวิทยาลัยรังสิต ในการประชุมครั้งที่ N/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ มอบปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง แก่ นางสาวรสนา โตสิตระกูล เพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป