คอลัมน์: มิติโลกาภิวัตน์: ความเกลียด ความกลัว – เอเชียตะวันออก โดย อ. เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ผู้ช่วยคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

คอลัมน์: มิติโลกาภิวัตน์: ความเกลียด ความกลัว – เอเชียตะวันออก

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ — พฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2559

อ. เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ผู้ช่วยคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

สถานการณ์ในเอเชียตะวันออกยังเต็มไปด้วยความสับสน มีทั้งลักษณะของการประนีประนอมและข่มขู่ปองร้ายต่อกันไม่ลดละ ขณะที่เราเห็นการทำความตกลงระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ กรณีหญิงบริการชาวเกาหลีใต้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ดูท่าจะลงเอยด้วยดี ทั้งโดยคำกล่าวขอโทษอย่างเป็นทางการจากฝ่ายญี่ปุ่น และการรับค่าทดแทนของอดีตหญิงบริการเกาหลีใต้ คาบสมุทรเกาหลีก็สะเทือนจากการทดลองระเบิดไฮโดรเจนของเกาหลีเหนือขึ้นมาอีกอย่างคาดการณ์ไม่ทัน และนั่นดูจะทำเอาทั้งเอเชียระทึกไปด้วย

เหตุเหล่านี้ล้วนมีมาแต่อดีต และต่อเนื่องนับแต่ช่วงหลังสง ครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง เป็นความบาดหมางทางประวัติศาสตร์ ที่บรรดาประเทศในเอเชียตะวันออกที่มีต่อกัน แม้จนข้ามปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ปีนี้แล้ววี่แววที่จะลงเอยที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขนั้น ออกจะรางเลือนกับความระหองระแหง ไม่หยุดต่อกัน มีความพยายามที่จะประนีประนอมต่อกัน แต่ก็ดูจะเหลวล้มเปล่า ด้วยเหตุบาดหมางทางใจในประวัติศาสตร์นั้น ดูจะบาดลึกเกินกว่าเยียวยาแก้ไข ไม่ว่าญี่ปุ่นจะต้องขออภัยกี่ครั้งกี่หน ไม่ว่าจะเจรจายุติโครงการนิวเคลียร์กี่ครั้งกี่คราวกับเกาหลีเหนือ

การเจรจาเรื่องหญิงบริการกับเกาหลีใต้นั้น ยังไม่ทันจ่ายเงินชดเชยด้วยซ้ำไป ข้อเรียกร้องใหม่เพิ่มเติมก็ตามมา และบรรดาหญิงบริการในลักษณะเดียวกันในอีกบางประเทศ ก็ดูจะใช้รูปแบบข้อตกลงของญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้นี้เป็นข้อเรียกร้องใหม่ตามมา ดูแล้วไม่น่าจะเห็นได้ว่าข้อตกลงใดๆ เหล่านี้จะเยียวยาความรู้สึกอันเป็นเหตุบาดหมางทางใจในประวัติศาสตร์ ระหว่างประเทศเหล่านี้ได้แต่อย่างใด เพราะเหตุที่เกิดนั้นได้พัฒนาเป็นความเกลียดชังต่อกัน อย่างยากที่จะแก้ไขเสียแล้ว เกลียดกันทั้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน

เพราะใช่แต่ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เท่านั้น เกาหลีเหนือเองก็ยังคั่งแค้นญี่ปุ่น ซึ่งเข้ามาครอบครองดินแดนของตน นับแต่ช่วง ค.ศ.1911 จนถึง 1945 นั้น ลัทธิทหารของญี่ปุ่นได้ก่อทารุณกรรมไปทั่วทุกแห่ง เช่นเดียวกับการแซ่ซ้องร้องด่าประณามทารุณกรรมของญี่ปุ่นจากการยึดครองกรุงนานกิงในสงครามมหาเอเชียบูรพา ความโกรธแค้น ความอัปยศอดสูของจีนนั้น ไม่ได้หมดไปเลยแม้ถึงเวลานี้ ความเกลียดชังนั้นแสดงออกทุกครั้งของการประท้วงด่าทอ ยามใดที่ผู้นำญี่ปุ่นไปสักการะวีรบุรุษของพวกเขาที่ศาลเจ้ายาสุกุนิ

การทดลองระเบิดไฮโดรเจนที่ว่าร้ายแรงยิ่งนักของเกาหลีเหนือ แม้จะไม่ได้คาดคิดมาก่อนนัก แต่เกาหลีเหนือก็ได้แสดงศักยภาพดังกล่าวให้เห็นกันจนหวาดหวั่นพรั่นใจไปตามๆ กัน และนี่คือสัญญาณบอกอย่างสมบูรณ์ ถึงความล้มเหลวของการเจรจาหกฝ่าย ในการยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ เราจะเห็นว่าตลอดเวลาหลังจากแยกเกาหลีออกเป็นสองประเทศแล้วนั้น เกาหลีดูจะไม่ยอมอยู่ในกรอบระเบียบโลกร่วมกันกับชาติใดๆ นัก จนถูกโดดเดี่ยวจากชุมชนโลก นโยบายที่เรียกว่า “การทูตนิวเคลียร์” นั่นเอง ที่พยุงเกาหลีเหนือไว้บางทีในท่ามกลางความขัดแย้งในเอเชียตะวันออกและบนคาบ สมุทรเกาหลีนั่นเอง อาจจะเห็นจุดร่วมหนึ่งที่เป็นไปได้ มาจากการข่มขู่ คุกคามของเกาหลีเหนือ  ด้วยอำนาจอาวุธนิวเคลียร์ และอาวุธที่มีอานุ ภาพทำลายล้างรุนแรง ที่นำมาใช้ข่มขู่ตลอดเวลา จุดร่วมที่ว่านี้คือการที่จะต้องต่อต้านและอาจถึงต้องต่อสู้ร่วมกัน สยบเปียงยางของเกาหลีเหนือลงให้ได้ หากอยากให้ภูมิภาคร่วมกันแห่งนี้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ไม่ต้องหวาดระแวงความก้าวร้าวของเกาหลีเหนืออีกต่อไป จุดร่วมนี้เองที่ดึงสหรัฐ มาเกี่ยวข้องด้วยจนได้

เห็นได้ชัดในกรณีนี้ เพราะในทันทีที่การทดลองระเบิดไฮโดรเจนของเกาหลีเหนือเสร็จสิ้น เกาหลีใต้ถึงกับประกาศให้สหรัฐส่งเครื่องบินบี 52 ขึ้นแสดงแสนยานุภาพ และเริ่มเรียกร้องให้กลับมาใช้ฐานทัพทหารในเกาหลีใต้อีก เกาหลีเหนือถึงกับประกาศว่า นั่นจะนำไปสู่ภาวะสงครามต่อกัน โดยไม่คำนึงถึงเหตุอันเกิดจากการยั่วยุของตัว ญี่ปุ่นเองซึ่งตกอยู่ในเป้าหมายของการยั่วยุมุ่งร้ายของเกาหลีเหนือ มีหรือจะยอมนิ่งเฉย แม้ว่าจีนเองซึ่งประคับประคองเกาหลีเหนือจะยังนิ่งเฉยอยู่ก็ตาม

เกมศึกที่เล่นกันอยู่ในเอเชียตะวันออกนี้เอง ก่อความตึงเครียดจนหวั่นหวาดที่จะมีการปะทะกันขึ้นจนได้ เพราะบนพื้นฐานของความเกลียดชังนี้เอง ที่แม้สมานไมตรีกันได้ ก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการค้าและทางเศรษฐกิจ หาใช่ความมั่นคงและการเมือง ในข้อที่จะตกลงกันได้กับการไม่ให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกแห่งนี้ถูกลบออกจากความบาดหมางทางใจกันในประวัติศาสตร์ ข้อสรุปจุดนี้ก็คือว่า ลึกๆ ที่มีใจเป็นอริต่อกันอย่างนี้ อย่าหวังความกลมเกลียวให้เกิดภาวะสันติสุขของภูมิภาคแห่งนี้จะเกิดได้ง่ายนักเลย

สภาพที่มีอยู่โดยทั่วไปในเอเชียตะวันออก มีความเกลียดชังระหว่างกันเป็นพื้นฐาน เบื้องลึกที่มีเหตุบาดหมางทางใจต่อกันมาแต่อดีต มีความหวาดระแวงกลัวการเติบใหญ่กล้าแข็งของจีนและญี่ปุ่น ทั้งทางเศรษฐกิจและการทหาร มองเห็นการดำเนินนโยบายของจีนในลักษณะ ข่มขู่เพื่อครอบครอง ยิ่งขึ้น ดังกรณีการอ้างสิทธิครอบครองในเขตทะเลจีนใต้ หรือแม้ในกรณีของไต้หวัน กับญี่ปุ่นนั้น ความกลัวของชาติต่างๆ นั้นเน้นนำความหวาดระแวงว่า ญี่ปุ่นในภาวะอันถูกบีบคั้นทางการเมืองและความมั่นคงนี้ จะทำให้ญี่ปุ่นกลับไปสู่ลัทธิทหารอีก

แยกย่อยจากสภาพความเกลียดชัง ความกลัวหวาดระแวงต่อกัน ที่แผ่คลุมทั่วบรรยากาศแห่งความขัดแย้งที่มีอยู่ ประเด็นหลักเรื่องความมั่นคงหรือความไม่มั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ยังจะเห็นเรื่องของความขัดแย้งทางดินแดน ความขัดแย้งเรื่องอธิปไตยของรัฐ และข้อถกเถียงเรื่องความชอบธรรมต่างๆ ค้างคาอยู่อีกมากมาย ปัญหาเหล่านี้ แน่ละมีผลกระทบถึงภูมิภาคอื่นไปทั่ว โดยเฉพาะก็คือเขตภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังเริ่มบูรณาการสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนขณะนี้

ลองไล่เลียงปัญหาการยื้อแย่งเขตแดนอธิปไตยระหว่างกัน เพียงเฉพาะในเขตเอเชียตะวันออกปัญหาอันค้างคาเหล่านี้ ยังจะมีเหตุตามมาอีกหลายเรื่อง เช่น

1.ปัญหาความขัดแย้งระหว่างโซเวียตกับญี่ปุ่น กรณีอ้างสิทธิเหนือเกาะคูริลที่ทางญี่ปุ่นเรียกว่า “เขตแดนทางเหนือ” มีเกาะกูนาชิริ อิโตะรูฟู และเกาะชิโกดัน  ซึ่งยังเป็นเขตแดนของญี่ปุ่นที่โซเวียตยังยึดครองอยู่

2.ปัญหาข้อขัดแย้งที่ยังยื้อแย่งสิทธิเหนือเกาะทากาชิมา แถบใต้ของญี่ปุ่น เกาหลีใต้กับญี่ปุ่นก็ยังตกลงกันไม่ได้

3.ปัญหาสองเกาหลีบนคาบสมุทรเกาหลี ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ซึ่งยังมีกองกำลังทั้งสองฝ่ายถึง 3.7 ล้านคน เผชิญหน้ากันอยู่ตามเส้นแบ่งเขตแดนรอยต่อของสองประเทศ แถมเกาหลีเหนือยังข่มขู่ด้วยการทูตนิวเคลียร์ต่อภูมิภาคแห่งนี้อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

4.ปัญหาข้อขัดแย้งที่จีนอ้างอธิปไตยของรัฐบาลจีนเหนือเกาะ ไต้หวัน

5.ปัญหาระหว่างจีนกับญี่ปุ่นที่ยังตกลงกันไม่ได้ กรณีเกาะเซ็งกากุในทะเลจีนตะวันออก

ในบรรดาความขัดแย้งต่างๆ ที่ยังดำรงอยู่ในภูมิภาคเอเซียตะวัน ออกดังกล่าวนี้ ยังมีเรื่องของมหาอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างปฏิเสธไม่ได้ทีเดียว ว่ากันจริงๆ แล้ว เรื่องความมั่นคง หรือความไม่มั่นคงในเอเชียแปซิฟิกโดยรวม ดูๆ แล้วก็ออกจะวนเวียนอยู่กับเรื่องของการคงอยู่ของกองกำลังสหรัฐในแถบเอเชียนี่เอง

ทั้งหมดทั้งมวลกับสภาพที่เป็นอยู่ในเอเชียตะวันออกขณะนี้ และที่เป็นมา คือข้อที่จะชี้ว่าถึงปีใหม่นี้ เรื่องอันค้างคามานี้ จะเป็นประเด็นครอบงำปี 2016 นี้ต่อไป ความเกลียดกับความกลัวจะยังเป็นเรื่องพื้นฐานที่ไม่ช่วยให้เอเชียตะวันออกอยู่กันได้อย่างราบรื่นต่อไป การเมืองแถบนี้ถึงได้เล่นกันถึงระเบิดไฮโดรเจนไง!!