คอลัมน์: มิติโลกาภิวัตน์: ตรรกะโจร

คอลัมน์: มิติโลกาภิวัตน์: ตรรกะโจร

อ. เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์  ผู้ช่วยคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ — พฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2558

การขุดคุ้ยสอบสวนจับกุมคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเข้มข้นทุกขณะ น่าจับตาดูก็คือว่า คดีดังกล่าวนี้ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องพัวพันอยู่กับนักการเมือง และข้าราชการ ทั้งอดีตนักการเมือง และข้าราชการ หลายคนเข้าคุกเข้าตะรางไปแล้วเรียบร้อย  และหลายคนก็ถูกยึดทรัพย์จับก้นก็ไม่เหลือ คือหมดตูดไปตามๆ กัน ยังแต่รายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นมหกรรมละลานตาระทึกใจให้เห็นกันต่อไป

ยังคดีทางการเมืองนั่นอีก ที่ยังรกรุงรังศาล ซึ่งจะต้องตัดสินคดีความกันไปเรื่อยๆ อีกนาน หลากหลายคดีเหล่านี้ ดูเหมือนให้ความสะใจแก่สาธารณชนทั่วไปอยู่ในที ทั้งดูเหมือนยังซ่อนแฝงความรู้สึกลึกๆ ให้คิดกันได้ว่า สมน้ำหน้าจับมาให้หมด พวกโกงชาติโกงแผ่นดินต้องลงโทษให้สาสม กระชากหน้ากากออกมาประจานให้ประชาชนรับรู้ไปถึงโคตรเหง้าเหล่ากอ ขี้โกงกันทั้งตระกูลนั่น

เคยเสนอไปก่อนหน้านี้ว่า คดีทุจริตคอร์รัปชันไม่ควรมี อายุความ มันต้องเป็นคดีที่ตามจับมาลงโทษกันได้ตลอดชีวิต โทษของคดีเหล่านี้ต้องหนัก เข้าข่ายถึงขั้นเป็นผู้ทรยศต่อชาติเพราะโกงกินแผ่นดิน เป็นพิษภัยต่อประชาชน หากถึงขั้นต้องยึดทรัพย์ ต้องยึดกันให้เข็ดหลาบหลายชั่วโคตรอย่างสมัยโบราณ จะดูซิว่าแล้วมันจะยังกล้าโกงกินคอร์รัปชัน แล้วหนีไปต่างประ เทศได้นานแค่ไหนกัน

ถ้ารัฐบาลดี ซึ่งหมายถึงมีนักการเมืองดีด้วย ถ้าข้าราชการ ดี น่าจะเป็นปัจจัยเอื้อให้กับการยกระดับการพัฒนาประเทศ และมาตรฐานชีวิตของผู้คนในสังคมให้ดีขึ้นได้มากกว่านี้ แต่ปรากฏการณ์ของไทย กลับได้เห็นนักการเมืองชั่ว ข้าราชการร้าย โกงชาติกินเมือง คอร์รัปชันกันทั่วแทบทุกระดับ จับกันได้ไม่เว้นวันไม่ต่างกับจับโจรจับขโมยที่มีอยู่ดาษดื่นทุกหัวระแหงซอกมุม

คดีอาชญากรรมทั่วไปเหล่านี้ คือตัวชี้วัดสำคัญที่บอกให้เห็นได้ว่า บ้านนี้เมืองนี้ไม่มีความสงบอะไรนักหนาเลย แม้ชีวิตความปลอดภัย ล้วนสวนทางกับความพยายามในการพัฒนาประ เทศ ความปลอดภัยสาธารณะแทบจะวางใจอะไรไม่ได้ ความมั่นคงของชีวิตก็ได้แต่ปาวๆ หล่อเลี้ยงกันเพียงด้วยปรัชญาอุดม การณ์ความพอเพียง การคืนความสุขให้กับประชาชน

สิ่งซึ่งดูยังคุกคามชีวิตของคนไทยทั่วไป คือความยากจนของผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศ การปล้นสะดมร้านทองเอย ลักเล็กขโมยน้อยเอย นำไปสู่อาชญากรรมทั้งใหญ่และเล็ก ล้วนชี้ให้เห็นถึงความไม่ปลอดภัยสาธารณะของสังคมนี้ ล้วนชี้ให้เห็นความมั่นคงของมนุษย์ในสังคมไทยขาดหาย จนประหวั่นพรั่นพรึงคล้ายอยู่ในอาณาจักรของความกลัวก็ไม่ปาน

ถ้าความจริงในปรากฏการณ์ของสังคมไทยเป็นอย่างนี้ ก็นึกออกได้ยากกับคำโอ่อวดอนาคตของชาติจะดีขึ้น ในสังคมก็เต็มไปด้วยความดุร้ายห้ำหั่นเลือดเนื้อช่วงชิงขจัดความยากจน ความหิวโหย  ภาคส่วนการเมืองก็แตกแยกช่วงชิงอำนาจ และ โกงกินคอร์รัปชัน ทั้งอย่างโง่ๆ และคอร์รัปชันเชิงนโยบาย ประ เทศชาติสะดุดความก้าวหน้า ก็เพราะนักการเมืองถอยหลังเข้าคลองเหล่านี้

เหล่านี้ตีความบอกเหตุได้บ้างไหม ถึงความล้มเหลวของระ บบที่เราสร้างขึ้นมาแต่ต้น เราพัฒนาคุณภาพของคนในประเทศ พัฒนาทรัพยากรบุคคลของเรายังไงหรือ สังคมถึงได้โหดร้ายขึ้นทุกวัน เราพัฒนาการเมืองของเรายังไงหรือ ถึงได้ผลิตนักการเมืองชั่วทั่วไปหมด แม้ระบบของตำรวจก็ยังผลิตตำรวจไม่น้อยคนเป็นโจรเสียเองก็มี

ความแตกแยกทางการเมืองนั้น เป็นเรื่องระเบิดความแตก แยกของสังคมนี้อย่างมหันต์ จนถึงกับต้องเรียกร้องกันทุกวี่ทุกวันให้หันมารู้รักสามัคคีให้มีความปรองดองต่อกัน มันมีผลอย่างสำคัญต่อพัฒนาการทางการเมืองในวันข้างหน้าอยู่ไม่น้อยเลย เพราะถ้าฟังจากรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ที่บอกว่าเรื่องการปรองดองจำเป็นต้องเสร็จในระดับหนึ่ง เพื่อให้จัดการเลือกตั้งขึ้นได้

ถ้านั่นคือเงื่อนไขหนึ่งน้อยนิด กับการจัดการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น เพราะแม้ถึงเวลานี้แล้ว เราดูเหมือนยังมองไม่เห็นสิ่งที่เรียกว่าความปรองดองสมานฉันท์เกิดขึ้นอย่างที่ต้องการให้เกิดขึ้นแต่อย่างใด ความขัดแย้งของแต่ละกลุ่มสีไม่มีทีท่าลงรอยระหว่างสี กันได้ตรงไหน ในเมื่อจะต้องเป็นคู่ต่อสู้กันในทางการเมือง น่าสังเกตด้วยว่า ความขัดแย้งของบางกลุ่มสียังขยายมาขัดแย้งกับรัฐบาล คสช.โดยตรงมากขึ้น หากกรณีคดีต่างๆ ของกลุ่มสีดังกล่าว ที่ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลขณะนี้

เรามองเห็นไม่ถนัดนัก ต่อบรรยากาศของการสร้างความปรองดอง ซ้ำร้ายความคิดต่อการปรองดองยังถูกบิดผันไปในทางที่สร้างเงื่อนไขขึ้นมาก่อนว่าจะต้องมีการอภัยกันให้ตลอดซอยก่อน โดยไม่แยกแยะความชั่วร้ายอหังการกระทำของตน นี่ก็จะเห็นข้อโต้แย้งของท่านนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ว่าเรื่องปรองดองก็ปรองดอง เรื่องคนทำผิดไปปรองดองกับกฎหมายโน่น  ผิดก็ผิด ก็เข้าคุกไป ซึ่งถูกต้องที่สุดแล้ว

สิ่งแสดงออกหลายครั้งของกลุ่มสีที่ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อ คสช. เห็นได้จากปฏิกิริยาตอบโต้และกล่าวหาขัดแย้งไม่ยอมความกับองค์อธิปัตย์ใหม่ เช่น คสช. ลักษณะแห่งปฏิกิริยาเช่นว่านี้ ไม่บอกท่าทีของการประนีประนอมปรองดองให้เห็นเลยแต่อย่างใด อย่างเช่นกรณีการโหมกระพือใส่เสื้อแดงออกมาสนับสนุนเชิงสัญลักษณ์ให้กับยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น หลายคนในกลุ่มนั้นก็ยังยืนยันอยากทำไม่ใช่หรือ

มันต้องมีความบกพร่อง มีความอ่อนแอในระบบการ เมืองของเราอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่แทนที่จะสร้างนักการเมืองที่ดีขึ้นมารับใช้บ้านเมือง ยิ่งนานไปกลับได้นักการเมืองร้ายเข้ามาอยู่ในระบบอันอ่อนแอ มีนักการเมืองคุณภาพสักกี่คนหรือ มีนักการเมืองกเฬวรากบ้างไหม แล้วที่มองเห็นเป็นอยู่นั่นเล่าเป็นยังไง ยังพวกที่แอบแฝงแย่งเอาประโยชน์ไหลออกไปเป็นประโยชน์ตนเช่นนักการเมืองใหญ่โตมีชื่อเสียงทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่นั่นเล่า  ปล่อยให้ลอยนวลทำบุญล้างบาปกันอยู่ทำไม

ผลของสภาพที่เกิดเป็นเพราะจากระบบหรือจากคน นี่ก็เป็นข้อโต้แย้งกันตลอดมา แต่ระบบส่วนใหญ่ของเราเป็นระบบคัดออกเสียมากกว่า ในขณะที่ก็เป็นระบบที่รักษาคนดีไว้อยู่ได้ไม่นาน หลายแนวคิดในช่วงที่เรากำลังสร้างระบบใหม่ขึ้นมารองรับสถานการณ์ใหม่ในภูมิทัศน์ทางการเมืองที่จะปรับเปลี่ยนไป ที่จะไม่เปิดโอกาสให้นักการเมืองชั่วเข้ามานั้นดีแล้ว เหมาะกับบริบทใหม่ของการเมืองไทย แต่จะทำยังไงให้เกิดระบบที่เปิดกว้างสร้าง และรับคนดีเข้ามาและรักษาเอาไว้ได้

ช่วงเปลี่ยนผ่าน ช่วงปรองดอง ช่วงปฏิรูป อยู่ในช่วงอันยากลำบาก ความคาดหวังเห็นสังคมใหม่ของไทยเป็นไปอย่างสงบสันติ เอื้ออาทร และร่วมมือร่วมใจพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวไปด้วยกัน ดังคำขวัญบ้านเรา ร่วมใจก้าวหน้าไปด้วยกัน จะต้องสร้างให้เห็นเกิดมรรคผลให้ได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องขจัดสิ่งชั่วร้าย และขยะสังคมให้หมดไปให้ได้ไม่มากก็น้อย อย่าให้ที่ทางที่เขาจะยืนอยู่ได้อีก

การเปลี่ยนแปลงปฏิวัติปฏิรูปที่ไหนๆ นั้น ล้วนใช้ยาแรง ยาเร่งด้วยกันทั้งนั้น และเป็นธรรมดาของการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่จะเกิดการต่อต้านอยู่เสมอ คนขี้โกงมันก็อยากจะโกงต่อไป และก็จะตะโกนก้องร้องว่า มันไม่โกง มันทุจริตโดยไม่เจตนา มันเพียงแต่ทำในสิ่งที่กฎหมายไม่ให้ทำ 555.