คอลัมน์: มิติโลกาภิวัตน์: สร้างตัว สร้างชาติของลาว

คอลัมน์: มิติโลกาภิวัตน์: สร้างตัว สร้างชาติของลาว
อ. เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ผู้ช่วยคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

ลาวหรือในชื่อเต็มอย่างเป็นทางการคือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนี้ ไม่ค่อยมีข่าวใหญ่ให้ได้ยินมากนัก จนเมื่อวันจันทร์นี้เอง ที่มีข่าวเรื่องพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งปกครองประเทศลาว ได้จัดประชุมเพื่อคัดเลือกผู้นำรัฐบาลกันอีกครั้ง เป็นการประชุมคองเกรสของพรรคครั้งที่ 11 หลังจากมีการประชุมครั้งหลังสุดมาแต่ปี ค.ศ.2011 โน่นแล้ว

ในระบบคอมมิวนิสต์นั้น การคัดเลือกผู้นำประเทศคล้ายกัน เช่น พรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามนั่นเอง คือก็เลือกกันเองจากฝ่ายเลขาธิการและโปลิตบูโร ซึ่งถือเป็นองค์กรสูงสุดภายในพรรค ผู้นำที่เลือกขึ้นมานั้นก็เปลี่ยนปรับไปแต่ละรุ่น และก็จะเห็นว่าจะเป็นคนรุ่นเก่าที่ร่วมรบ ร่วมปฏิวัติด้วยกันมา พรรคคอมมิวนิสต์นั้น ปกครองลาวมาแต่ช่วงที่รบชนะสหรัฐ ในสงครามอินโดจีนครั้งที่ 2 เมื่อปี ค.ศ.1975 แต่นั้นมา

เรื่องของลาวในช่วงอายุของเรานี้ มีแต่เรื่องของการรบรา การปฏิวัติ และการสงครามในอินโดจีน ในระยะเวลาหลายทศวรรษ ทีเดียว และเพราะด้วยการสู้รบนี้ คงกล่าวได้ว่าทั้งประเทศและประชาชน ล้วนอยู่ในสภาพย่อยยับอับจนลงอย่างน่าสงสารทีเดียว ประเทศนี้ถูกปูพรมด้วยระเบิดของสหรัฐ นับพันนับหมื่นลูกคงจะได้ สภาพสงครามอันยาวนานนี้เอง ที่ก่อความยากจนแก่คนของลาว ซึ่งกว่าจะฟื้นตัวมาได้จนถึงปัจจุบัน ลาวผ่านความเจ็บปวดมากกว่าใครในภูมิภาคก็เป็นได้

สัญญาณอันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของลาวนั้น น่าจะกล่าวได้ว่า เริ่มมาแต่ลาวเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียน ในปี ค.ศ.1997 จากนั้นการเปิดตลาดหุ้นขึ้นที่กรุงเวียงจันทน์ในปี ค.ศ.2010 เท่ากับย้ำจุดเปลี่ยนทางเศรษฐกิจของลาว ก้าวเข้าสู่การค้าเสรีแม้ว่าลาวจะมีรูปแบบเป็นการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ก็ตาม จุดที่ทำให้ลาวเติบโตขึ้น เป็นส่วนสำคัญขึ้นอยู่กับทรัพยากรธรรมชาติของลาวเอง ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ เกษตรกรรม หรือเหมืองแร่

นอกจากนั้นแล้ว ยังจะเห็นได้ว่าประเทศนี้มีทรัพยากรจากพลังน้ำกว้างขวางมากมาย กล่าวโดยรวมสำหรับทิศทางเศรษฐกิจของลาว เมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว ลาวได้วางเป้าหมายในการเป็นผู้จำ หน่ายพลังงานให้กับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน โดยเฉพาะก็คือประเทศไทย ความได้เปรียบในศักยภาพดังกล่าวนี้เอง แผนพัฒนาหนึ่งของลาว คือการพัฒนาลาวเป็น “แบตเตอรี่” ของเอเชียและในการเตรียมพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จากการเป็นประเทศที่ไม่มีที่ทางเปิดออกสู่ทะเล ที่เรียกว่าเป็น “Land Lock” ลาวได้วางสถานะปรับเปลี่ยนที่จะเป็น “Land Link” เชื่อมโยงกับอาเซียน

ประเทศอื่นที่จะติดต่อถึงกันสะดวกขึ้น เราจะเห็นการก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานเช่นสะพานหลายแห่งที่เชื่อมโยงกับไทย และขณะนี้ โครงการก่อสร้างรถไฟในลาวเชื่อมมาจากจีน ก็กำลังดำเนินการอยู่อย่างเร่งรีบ ขณะที่เส้นทางถนนเชื่อมโยงไปเวียดนามก็เกิดขึ้นแล้ว

ระหว่างรอผลการประชุมคองเกรสพรรคคอมมิวนิสต์ลาวว่าจะได้ใครมาเป็นผู้นำรัฐบาลของลาวอีก ลองมาดูพัฒนาการประเทศของลาว ในการฟื้นตัวหลังสงครามอันยาวนานถึงปัจจุบันว่าเขาทำกันยังไง เรื่องการสร้างชาติ (Nation building) ของบรรดาประเทศที่ผ่านพ้นการตกเป็นอาณานิคมมาแล้วนี่ น่าสนใจนะครับว่าแต่ละชาติก่อร่างสร้างตัวกัน ผ่านพ้นอุปสรรคจนเติบใหญ่ถึงปัจจุบัน น่าตื่นเต้นระทึกใจไม่แพ้เรื่องทางการเมืองเช่นกัน

การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของลาวนั้น เริ่มในทันทีหลังเสร็จสิ้นสงครามในปี ค.ศ.1975 พอเริ่มปีต่อมา ช่วงนับแต่ปี 1976 ถึง 2005 นั้น ลาวยังคงเดินตามระบบเดียวกันกับเวียดนาม ซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมรบกันมา ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ จึงยังเห็นลาวใช้ระบบเศรษฐกิจรวมศูนย์ควบคุมจากส่วนกลาง ตั้งแต่เกษตรกรรม อุตสาหกรรมฝีมือเล็กๆ ควบคุมด้านการค้า รวมเอามาเป็นรัฐวิสาหกิจ และรูปแบบสหกรณ์ การค้านั้นจริงๆ แล้วก็ทำในลักษณะแลกเปลี่ยนสินค้าต่อกันมากกว่า

ช่วงเวลาเหล่านี้ น่าเปรียบเทียบการใช้นโยบายเศรษฐกิจระหว่างลาวกับเวียดนามอยู่มาก เพราะทั้งสองประเทศเริ่มนโยบายเศรษฐกิจในปีเดียวกันเลย คือปี 1986 เวียดนามริเริ่มนโยบาย “โด่ย เหมย” ในขณะที่ลาวใช้นโยบาย “จินตนาการใหม่ทางเศรษฐกิจ”ถ้าเราดูความแตกต่างของสองนโยบายนี้ จะเห็นความแตกต่างหนึ่งคือ ขณะที่เวียดนามนั้นเน้นวางการพัฒนาอุตสาหกรรม ลาวกลับเน้นเศรษฐกิจที่เลี่ยงฐานรากด้านอุตสาหกรรม และใช้ระบบรวมศูนย์ของลัทธิคอมมิวนิสต์เต็มตัว

ระหว่างปีเริ่มต้นแรกๆ ของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนั้น โดยเฉพาะช่วง 1976-1979 นโยบายรวมศูนย์ทางเศรษฐกิจช่วงนั้น รัฐบาลดูจะประสบผลสำเร็จอยู่มากในเขตปลดปล่อย (Liberated Zone) ซึ่งรัฐบาลยึดภาคเศรษฐกิจทุกส่วนมาเป็นของรัฐหมด นโยบายเช่นว่านี้ คับแคบอยู่กับความสำเร็จในเขตปลดปล่อยเป็นส่วนใหญ่เท่านั้นก็เป็นได้ การเติบโตทางเศรษฐกิจระหว่างเวลาเหล่านี้จึงช้ามาก ซึ่งน่าสังเกตว่า ช่วง 1976 และ 1985 นั้น ลาวยังด้อยพัฒนาอยู่มาก ผู้คนหนีมาไทยมากทีเดียว

ว่ากันย่อๆ ตามขนาดเนื้อที่เขียนนะครับ ไม่งั้นคงต้องเขียนหลายตอนจบทีเดียว ลาวแบ่งช่วงพัฒนาเศรษฐกิจเป็นสามช่วงด้วยกันคือ ช่วงแรก ระหว่าง 1976-1986 เป็นช่วง 10 ปีแรก ซึ่งเป็นพัฒนาการเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ ที่ไม่ทำให้คนลาวพ้นภาวะยากแค้นขึ้นมาได้

จนถึงปี 1986 ลาวเริ่มนโยบายกลไกเศรษฐกิจใหม่ หรือ “จินตนาการใหม่” เป็นระยะที่สองของการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงระหว่าง 1986-1996 ช่วงนี้เองที่จะเห็นว่า เศรษฐกิจลาวเริ่มเปลี่ยนจากการรวมศูนย์ มาเป็นเศรษฐกิจการตลาดมากขึ้น และเปิดให้เอกชนทำการค้ามากขึ้น เรียกว่าเริ่มประยุกต์ทุนนิยมเสรีเข้ามาแล้ว

ช่วงการพัฒนาเศรษฐกิจของลาวในช่วงที่สาม ซึ่งเป็นช่วงระหว่าง 1997-2005 เป็นช่วงเศรษฐกิจความเป็นจริงของลาว ที่เห็นมาถึงปัจจุบันมากขึ้น ย้อนกลับเข้าสู่ยุคทุนนิยมชาติ และเน้นลดความยากจนลง เพราะพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงก่อนหน้านี้ไม่ได้ช่วยลาวให้หลุดพ้นสถานะของการเป็น “ประเทศพัฒนาต่ำสุด” ได้เลย และในบรรดาอาเซียนด้วยกันแล้ว ระดับการพัฒนาเศรษฐกิจของลาว ยังนับว่าต่ำกว่าเพื่อนสมาชิกอาเซียนด้วยกัน เสาหลักเศรษฐกิจของประชาคมอาเซียน ก็หวังว่าจะช่วยยกระดับการพัฒนาให้สูงขึ้น

ในแผนพัฒนาฉบับที่ 5 ของลาว เห็นได้ชัดว่าลาวเริ่มสู่จุดเปลี่ยนมาเป็นเศรษฐกิจแบบทุนนิยมมากขึ้นคล้ายๆ กันกับเวียดนามและจีน จะต่างกันก็คือ เวียดนามกับจีนนั้น ทหารดูจะไม่ลงไปเล่นไปยุ่งเกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจนัก ขณะที่ลาวนั้น ก็เห็นกันว่าทหารไม่ได้ละมือทางเศรษฐกิจใหม่ของลาวเลย และเมื่อมาถึงจุดเปลี่ยนดังกล่าวนี้แล้ว แม้จะทำให้เศรษฐกิจลาวกระเตื้องขึ้นมามากในเวลานี้ ลาวก็ยังขาดการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมอยู่มากทีเดียว

เนื้อที่หมดเสียแล้วครับ ผู้อ่านลองหาอ่านแผนเศรษฐกิจฉบับที่ 7 ช่วง (2011-2015) กับช่วงเวลาเข้าอาเซียนมา จะเห็นพัฒนาการเติบโตทางเศรษฐกิจของลาวมากขึ้น และจากนี้ลาวจะเดินทางร่วมกับประชาคมอาเซียนอย่างไรต่อไป ลาวได้ผู้นำใหม่แล้ว ก็คงมีเรื่องมาเล่ากันต่อไปนะครับ.

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ — พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2559