ความจริงของคุกวันนี้ ก็ยังเป็นความจริงอยู่

ความจริงของคุกวันนี้ ก็ยังเป็นความจริงอยู่

อ. เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

ท่านผู้อ่านที่ได้อ่านข้อเขียนเรื่อง “ความจริงของคุกวันนี้” ที่เขียนไว้ในเนื้อที่นี้หลายสัปดาห์มาแล้ว ต้องอ่านจดหมายที่เขียนมาถึงเนื้อที่ “ถูกทุกข้อ” หน้า 5 ของ นสพ.ไทยโพสต์ วันที่ 13 ที่ผู้ใช้ชื่อ “คนไทย หัวใจรักชาติ” เขียนเรื่อง “คุก” มาเล่าเสริมเติมเพิ่มบทความของผมอย่างสมบูรณ์ เห็นภาพคุกและชีวิตในคุกชัดเจนมากขึ้น อ่านแล้วก็ขนหัวลุกนะครับ โอย! กลัว

ผมได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกมากทีเดียว กับข้อเขียนในจดหมายของคนไทย หัวใจรักชาติ การแยกแยะประเภทสถานคุมขังผู้ต้องโทษความผิด คงจะเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจะมีคนทั่วไปรู้จักกันมากนัก ที่จริงก็ไม่น่ารู้อะไรนักหนาหรอก เพราะก็ไม่รู้จะรู้ไปทำไม ในเมื่อก็ไม่เคยนึกอยากไปอยู่ในที่เหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นประเภทแออัดยัดกระป๋อง หรือโอ่โถงกว้างขวางพอมีอากาศหายใจบ้าง

ภาพที่คุณคนไทย หัวใจรักชาติ บรรยายให้เห็น “ความจริงของคุกวันนี้” ก็คงเป็นแค่เรื่องบอกเล่าของประสบการณ์ของ คนคงเคยผ่านคุกมาก่อน ตีแผ่ความจริงออกมาอย่างนี้แล้ว ยังสงสัยว่า จะกระตุ้นเตือนใครก็ตามที่ดูแลเรื่องนี้ ให้คิดที่จะทำอะไรในทางที่จะปรับปรุงปฏิรูปคุกให้อยู่ในสภาพอย่างที่คุณคนไทย หัวใจรักชาติ  บอกเล่าเก้าสิบความจริงอันน่ากังวล ให้คุกมีสภาพดีกว่านี้ไหม

คุกกลายเป็นแดนนรกจริงอย่างที่คุณคนไทย หัวใจรักชาติ บอกเล่าแก่ท่านผู้อ่าน แค่เพียงเห็นงบประมาณจ่าย 42 บาทต่อหัวต่อวัน ก็เห็นภาพร่างกายขาดอาหาร อดโซอย่างน่ากลัวแล้ว มันชวนให้นึกว่า จับเอาคนมาขังคุกให้อดอยาก แล้วยังจะมีหน้ามาบอกว่า จะได้ออกจากคุกไปเป็นคนดี สุขภาพมันแย่แต่เริ่มต้นออกจากคุกแล้ว ยังการถูกหล่อหลอมพฤติกรรมจากคุก จะเหลือสักกี่คนออกคุกแล้วจะไม่กลับเข้าคุกอีก

ข้อเขียนเรื่องความจริงของคุกวันนี้ที่เขียนไปนั้น เป็นแต่ข้อมูลได้มาข้างๆ คุกเท่านั้นแหละครับ แต่ข้อเขียนของคุณคนไทย หัวใจรักชาติ เป็นข้อมูลและข้อเท็จจริงจากในคุกเลยทีเดียว ผมนะขนหัวลุก ตอนท้ายข้อเขียนที่คุณคนไทย หัวใจรักชาติ เชิญชวนให้ไปดูงานในคุกจริงๆ เห็นเขียนถึงการต้อนรับในคุกแล้ว จะเหลือรอดเก็บข้อมูลมาเขียนให้อ่านกันอีกไหมครับเนี่ย

การเขียนเรื่องของคุกวันนี้นั้น เจตนาแฝงเร้นคือ  ความต้องการนำเสนอภาพความเป็นจริงของคุกวันนี้ ว่าน่าที่ผู้ซึ่งรับผิดชอบนโยบายด้านต่างๆ ของคุก คงจะต้องทบทวนสภาพความเป็นจริงของคุกบ้านเราว่าถึงวันนี้มันเหลือรับประทานแล้วจริงๆ หรือเปล่า และจะต้องคิด ต้องแก้ไข ต้องปรับปรุงอะไรกันบ้างแล้ว กับการจัดการสมัยใหม่กับคนคุกของบ้านเราบ้าง มีใครบ้างหรือเคยได้ยินบ้างไหมว่าจะปฏิรูปเรื่องคุกขังคนไทย ยังไงบ้างแล้ว หรือเอ็งก็จะปล่อยสภาพอันสมเพชกันอย่างนี้อยู่ร่ำไป

และเมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วก็น่าจะต้องว่ากันทั้งระบบ ตั้งแต่การจับกุม คุมขัง แต่ขั้นแรกเริ่มต้นกันมาเลย กรณีล้อมสถานีตำรวจที่จังหวัดภูเก็ต นั่นก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง แม้ภาพที่กักขังผู้ต้องหาที่สถานีตำรวจ ก็เป็นภาพรกรุงรังสายตาที่มองเห็นแล้ว ห้องขังสถานีตำรวจนั่น ไม่ใช่ภาพสบายตาเลย โจ่งแจ้งกับสภาพในห้องขัง ที่ภาพลักษณ์ของสถานีตำรวจ อัปลักษณ์อวดโอ่อำนาจตำรวจทีเดียว

สมัยที่เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เจอเข้าไป 68 คดี วนเวียนมองเห็นห้องขังบนสถานีตำรวจจนชินชา จำได้ว่ามีการพูดถึงเรื่องห้องขังของสถานีตำรวจ และมีความคิดที่จะปรับปรุงไม่ให้ภาพของสถานีตำรวจเสียหายมากไปกว่านี้ จำได้ว่าสมัยนั้น พล.ต.อ.ไกรสุข สินศุข รณรงค์เรื่องห้องขังสถานีตำรวจต้องดูดีในสายตาประชาชน จนได้มีคำขวัญ “โรงพักของประชาชน” ขึ้นมา…….แล้วก็เงียบหาย เหมือนไฟไหม้ฟาง นั่นแลเลเพลาดพาดจากเรื่องในคุก ออกมานอกคุกถึงที่คุมขังผู้ต้อง หาบนโรงพักจนได้ คุณคนไทย หัวใจรักชาติ น่าจะต้องเริ่มดูกันตั้งแต่เรื่องห้องขังที่โรงพัก ก่อนเข้าไปดูสภาพในคุกกันจะดีไหม ว่ากันตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปจนถึงจุดสุดท้ายตามกระบวนการจับคนขังในคุกเลยดีไหม และจะให้ดี น่าจะต้องชี้ชวน สปท. ทัวร์คุกกันเสียด้วย จะได้รู้ว่าจะปฏิรูปคุกกันยังไงดีล่ะครับ

คุกคงไม่ใช่สถานที่น่าท่องเที่ยวเท่าไรนัก ผมพูดหรือบรรยายอะไรที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวของไทย จะบอกผู้ฟังเสมอ และแทบทุกครั้งว่า เมืองไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และมีศักยภาพเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพดีที่สุดในอาเซียน แต่มีสถานที่สองแห่ง ที่จะไม่แนะนำให้ไปเที่ยวเลย ถ้าไม่มีเหตุต้องไปสองแห่งที่ไม่น่าไปนี้คือ โรงพักกับโรงพยาบาล

ก็เพราะบรรยากาศที่สถานีตำรวจ ไม่ชวนให้รื่นรมย์เลย แม้โรงพยาบาลจะมีสภาพดูดีกว่าสถานีตำรวจ บรรยากาศในโรงพยาบาล ก็แฝงความหดหู่ห่วงหามากกว่า ห้องขังที่สถานีตำรวจก็ไม่ใช่ภาพน่าดูนัก อีกทั้งคนที่ไปโรงพักหรือสถานีตำรวจ หรือไปโรงพยาบาลนั้น  ถ้าไม่ไปด้วยเรื่องของตัวเองด้วยข้อหาอะไรจากตำรวจหรือป่วยต้องไปโรงพยาบาล การไปเยี่ยมผู้ต้องขังกับการไปเยี่ยมคนป่วย ก็ไม่ใช่เรื่องรื่นรมย์อะไรนักหนาเลย ไม่จำเป็นจริงๆ แล้ว ผมไม่คิดว่าจะมีใครอยากไปเที่ยวโรงพักกับโรงพยาบาล นั่นเลย

โรงพยาบาลของไทย ยังจัดว่าสะอาดสะอ้านดูดีขึ้นมามาก แม้จะแออัดด้วยผู้คนที่มาตรวจรักษาตัวตน  ศักยภาพของโรงพยาบาลไทย ถือได้ว่ามีมาตรฐานได้ระดับดีกว่าหลายประเทศในอาเซียนด้วยกัน และในยุทธศาสตร์ของการบูรณาการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ไม่นานจากนี้ ศูนย์กลางการรักษาพยาบาลดีที่สุด (Medical hub) ในอาเซียนจะอยู่ที่เมืองไทยนี่เอง

แต่นึกๆ แล้วน่าท้อแท้ใจอยู่บ้าง เพราะกับการเป็นประชาคมอาเซียนนี้ การไปมาหาสู่ การมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันของประชากรเกือบ 600 ล้านคนในอาเซียนนั้น มีทั้งผลบวกและผลลบในทางร้ายการเดินทางอย่างเสรีในอาเซียน คือช่องว่างช่องโหว่ของการเข้ามาต่อการก่ออาชญากรรมข้ามชาติไปด้วยในตัว และนั่นย่อมหมายให้เห็นได้ไหมว่า คุกไทยที่อัดแน่นอยู่แล้วนี้ อาจเป็นคุกแตกขึ้นมาจนได้ก็ได้

เรื่องของคุก เรื่องการบริหารจัดการคนคุก กำลังเผชิญกับปัญหาท้าทายยิ่งขึ้นทุกวัน เหตุเพราะพัฒนาการของการก่ออาชญากรรมนั้น ก้าวหน้าไปมาก ขณะที่สมรรถนะของตำรวจก็ดีไม่ต่างกัน เรื่องของโปลิศจับขโมย จึงเป็นมหกรรมระทึกใจของสาธารณชน ในขณะเรื่องการคุมขังอาชญากรเหล่านี้ แน่นขนัดเหลือกำลังรับยิ่งขึ้นทุกที และด้วยจุดมุ่งหมายว่า คนคุกจะเดินออกจากคุกไปเป็นคนดีนอกคุกนั้น ยังจะมีคนเชื่อเหลืออยู่อีกสักกี่คน

เราไม่ได้ยินกันบ่อยนัก กับการพูดถึงการปรับสภาพ ปรับ ปรุง หรือปฏิรูปเรื่องคุกให้มีสภาพดีกว่าคุกที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ หาก แต่เรื่องราวของคุก ล้วนเป็นเรื่องเป็นภาพน่าหดหู่มากกว่า วันนี้คุกก็ยังเป็นอย่างที่เป็นอยู่นี้ ความเป็นจริงของคุกวันนี้ และรายละเอียดเพิ่มจากข้อเขียนของคุณคนไทย หัวใจรักชาติ กำลังจะบอกฝ่ายรัฐบ้างไหมว่า ถึงเวลาจริงจังแล้วที่ต้องแก้ปัญหาสภาพคุกกันเสียที.

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ — พฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2558