การจัดองค์กรความมั่นคง-ไทย-เอเชีย อ.เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

การจัดองค์กรความมั่นคง-ไทย-เอเชีย

อ.เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

ก็ได้เขียนวิเคราะห์วิจารณ์ระบบการรักษาความมั่นคงของประเทศไทยไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะกรณีระเบิดบริเวณศาลพระพรหม ที่สี่แยกราชประสงค์ จากการสืบสวนสอบสวนจนสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยไว้ได้หลายคนแล้วนั้น แม้จะชื่นชมความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ได้ชี้ให้เห็นสิ่งอันเป็นข้อบกพร่อง และความไร้ประสิทธิภาพในระบบความมั่นคงของเราอยู่มากมายหลายเรื่องทีเดียว

ง่ายๆ ก็คือจากคำแถลงการณ์สอบสวนของตำรวจ  ซึ่งเผยถึงการเข้าเมืองมาอยู่ในประเทศนานนับหลายเดือนของผู้ก่อเหตุระเบิดคราวนี้ บ่งบอกช่องโหว่ และความอ่อนด้อยอยู่มากของระบบความมั่นคงของเรา ที่โดยซื่อบื้อ แทบไม่รู้เรื่องอันเป็นความเคลื่อนไหวของคนชั่วเหล่านี้ และจากข่าวด้านตำรวจต่อมา ดูจะอธิบายช่องโหว่นี้เริ่มแรกมาจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทีเดียว

ก็โหวกเหวกโวยวายกันไป และดูจะยอมรับกันอย่างเขินอายอยู่บ้าง กับระบบความมั่นคงที่พูดไปก็ขายขี้หน้า ที่จริงที่พูดกันว่า ระบบความมั่นคงรั่วนั้น ก็มีความเป็นไปได้ เกิดขึ้นได้ในแต่ละประเทศ อย่างกรณี 9/11 ของสหรัฐนั้น ก็ไม่ได้มีลักษณะลอบเข้าเมืองมาก่อเหตุต่างอะไรนักกับกรณีของไทย ของสหรัฐคราวนั้น เป็นการลอบเข้าเมืองของผู้ก่อการร้ายเอง แต่ของไทยที่มันแย่กว่า ชั่วกว่า ก็เพราะมันเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐนั่นเอง จัดการเอาคนร้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน

นี่เองกระมังที่เริ่มพูดกันถึงการจัดตั้งกระทรวงความมั่นคง เพื่อที่จะจัดระบบระเบียบ และการทำงานด้านความมั่นคงให้ดีขึ้น รวบรวมงานด้านความมั่นคงหลายหน่วยเข้ามาไว้ให้มีเอกภาพมากกว่าที่ทำกันมา ฐานของความคิดนี้ ต้องมาจากการประเมินสถานการณ์ความไม่มั่นคงของไทยแล้วว่า  ขืนงานด้านความมั่นคงทำกันอย่างเปลืองข้าวสุกอย่างนี้ อันตรายจ่อคอหอยแล้ว

สหรัฐในเหตุการณ์ 9/11 นั้น เพียงไม่นานก็มีการจัดตั้งกระทรวงความมั่นคงภายในขึ้นมา และวางมาตรการดูแลภัยอันเกิดจากความมั่นคงที่จะเข้าไปในสหรัฐ เข้มข้นและเข้มงวดกวดขันจนน่าเบื่อน่ารำคาญทีเดียว ดูตั้งแต่ขอวีซ่าเข้าเมือง การตรวจค้นตัวที่สนามบินจนแม้ขนาดแทบแก้ผ้าตรวจหมด หลายครั้งตรวจผู้นำของบางประเทศจนเป็นเรื่องเป็นราวก็มี

กรณีอย่างเดียวกันนี้ ประเทศไทยในเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ และเราน่าจะตระหนักชัดแล้วว่า ระบบป้องกันความมั่นคงของเรามีปัญหา บกพร่อง อ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพ ข้อเสนอจัดตั้งกระทรวงความมั่นคงขึ้นใหม่นี้เอง จึงมีเหตุผลเหมาะสมยอมรับได้ควรต้องเร่งรีบทำด้วยซ้ำไป นี่ต้องนับเป็นความริเริ่มที่ดีของ คสช. เพราะสถานการณ์ก่อการร้าย ดูมีแนวโน้มรุนแรงและลุกลามเข้ามาในประเทศไทยอย่างน่าเป็นกังวลยิ่งขึ้นทุกที

ในขณะที่คิดเรื่องตั้งกระทรวงความมั่นคงขึ้นมาใหม่ น่าจะต้องคิดกันใหม่อีกครั้งในช่วงเวลาของการปฏิรูปนี้ ที่น่าจะต้องจัดปรับเปลี่ยนกระทรวงทบวงกรมของทางราชการให้มีโครงสร้างขององค์กรที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องต้องตามกันไปกับเนื้องานอย่างเดียวกัน และเสริมซึ่งกันและกัน อย่างกระทรวงวัฒนธรรมกับกระทรวงการท่องเที่ยวนั้น น่าจะได้รวมเป็นกระทรวงเดียวกันมากกว่า แยกการกีฬาออกไปต่างหาก จะโลดแล่นไปได้งานดีกว่ามั้ย

คงมีอีกบางกระทรวงนะครับ ที่จะต้องนำมาทบทวนปรับเปลี่ยน ให้กระฉับกระเฉงมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปล่อยให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปไปคิดกันเอาเองละกัน โอเค้!

เรื่องการจัดองค์กรความมั่นคงของแต่ละประเทศนั้น มีความจำ เป็นต้องคิดเร็ว คิดทันกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่กระทบความมั่นคง เพราะบริบทของความมั่นคงหรือความไม่มั่นคงนั้น เปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน  การคุกคามความมั่นคงสมัยใหม่ มีความซับซ้อน และมีความลึกซึ้งซึมลึกชนิดการจัดการองค์กรแบบเก่าๆ นั้นจะไม่สามารถรองรับและตามทันแล้ว ของไทยจะล้าหลังแค่ไหน น่าคิดกันดู

เพราะในความเป็นจริงนั้น การจัดองค์กรด้านความมั่นคงของเราแต่ต้นมานั้น เป็นการบริหารจัดการในการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งแพร่ขยาย คุกคามความมั่นคงอย่างน่าสะพรึงกลัวในยุคสงครามเย็น สภาพดังกล่าวหมดไปแล้ว พร้อมกับยุคสงครามเย็นที่ยุติลง องค์กรความมั่นคงที่มีจุดมุ่งประสงค์ต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์แต่สมัยนั้น จึงล้าหลังโบราณเต็มที และดูจะตามการคุกคามความมั่นคงสมัยใหม่ไม่ทันแล้ว แม้ว่าความไม่มั่นคงหลังสงครามโลกครั้งที่สองในเอเชีย จะยังไม่หมดไปเลยทีเดียว

ผมจะลองไล่เลียงทัศนียภาพด้านความไม่มั่นคงของเอเชีย มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันดู ในช่วงที่อยากสงบปากสงบคำเรื่องการเมืองภายในของเรา แล้วมาลองไล่เลียงว่า ในเอเชียด้วยกันนี้ เขาจัดองค์กรด้านความมั่นคงยังไง มีอะไรบ้าง เผื่อการเรียนรู้องค์กรด้านความมั่นคงในระดับภูมิภาค อาจทำให้ความคิดในการจัดการองค์กรด้านความมั่นคงภายในของเรา จะเรียกว่าอะไรหรือกระทรวงความมั่นคง อย่างไรก็ตาม

ในภาคส่วนของเอเชียนั้น แม้เมื่อสงครามเย็นสิ้นสุดลงแล้ว สภาพความไม่มั่นคงของรัฐต่างๆ ในเอเชีย กลับหาหมดตามไปด้วยไม่ ลักษณะความไม่มั่นคงดังกล่าวนี้เอง ที่นำไปสู่แนวคิดต่างๆ ในการสร้างองค์กรความมั่นคงในอาเซียน เราจะยังเห็นสภาพความไม่มั่นคงได้ดังนี้คือ

1.ยังมีความขัดแย้งกันเกิดขึ้น ทั้งในรูปแบบและความขัดแย้งกันในเอเชีย และระหว่างรัฐอื่นๆ นอกเอเชียเอง ตัวอย่างเช่น รัสเซียเองหลังสงครามโลกครั้งที่สองแล้ว ก็ยังคงยึดครองสี่เกาะคูริลด้านใต้ของญี่ปุ่นไว้เป็นกรรมสิทธิ์ และยังมีความขัด แย้งกันในทะเลจีนใต้ระหว่างจีน-ไต้หวัน กับสี่ประเทศในอาเซียน คือ  บรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม นอกจากนั้น ยังมีความตึงเครียดระหว่างสองเกาหลี มีความขัดแย้งระหว่างอิน เดียกับปากีสถาน เป็นต้น

ภาพที่เป็นความขัดแย้งภายในรัฐกันเองนั้น เกิดจากความขัดแย้งอันมีที่มาจากการแบ่งแยกต่อสู้ของชนชาติพันธุ์ในประเทศ เช่น กรณีสามจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย หรือกรณีการต่อสู้ของชนกลุ่มน้อยในพม่ากับกลุ่มอำนาจทหารที่เป็นรัฐบาลกลางของพม่า กรณีอาเจะห์ ติมอร์ตะวันออกก่อนหน้านี้ และบ่อยครั้งความแตกแยกภายในถึงขั้นเดินขบวนขับไล่รัฐบาลก็มี

2.มีปัญหาความไม่มั่นคง อันเกิดจากข้อโต้แย้งของการ สร้างชาติ หลังการเป็นเอกราชหลุดพ้นจากการตกเป็นอาณา นิคมของชาติมหาอำนาจ จะเห็นขบวนการในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นแรงจูงใจ ขบวนการชาตินิยมที่ว่านี้ บางส่วนเข้าไปประสานประโยชน์กับกลุ่มศาสนา ก่อรูปในลักษณะของการก่อการร้ายรุนแรง เช่น กลุ่มปลดแอกแนวหน้าอิสลามโมโรฟิลิปปินส์บนหมู่เกาะมินดาเนา กลุ่มเรียกร้องอิสรภาพกะเหรี่ยงในพม่า กลุ่มเรียกร้องสิทธิในซินเจียง ทิเบต เชคยา หรือแคชเมียร์ เป็นต้น

เนื้อที่วันนี้หมดเสียแล้ว แต่คงต้องเขียนกันยาวหน่อยในตอนต่อไป เพื่อว่าจะได้ทำความเข้าใจบริบทความไม่มั่นคงที่ยังมีอยู่ และแนวคิดว่าไทยจะควรต้องจัดองค์กรความมั่นคงยังไงต่อไป

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ — พฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2558