การจัดองค์กรความมั่นคงในเอเชีย (2)

การจัดองค์กรความมั่นคงในเอเชีย (2)

อ.เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

2014-10-22-11-53-22_deco

ประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟกล่าวถึงสิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจ เปรียบเทียบกับ “องค์กรเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือของยุโรป” (Organization for Security and Cooperation in Europe = OSCE) ที่มีอยู่ก่อนหน้านั้น

จากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ได้ก่อให้เกิดช่องว่างขึ้นทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียกลางที่ร่ำรวยไปด้วยพลังงาน ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ภูมิภาคแห่งนี้จะกลายเป็นสมรภูมิสงครามของชาติมหาอำนาจของโลก เช่น สหรัฐ รัสเซีย และจีน ในการแสวงหาแหล่งน้ำมัน

ในส่วนอื่นๆ ของเอเชียก็เช่นกัน โครงสร้างความมั่นคงในยุคสงครามเย็น หากไม่ถึงกับล่มสลาย แต่ก็แทบเปล่าประ โยชน์เสียแล้ว

ความคิดริเริ่มของประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟ เจตนาที่จะนำเอาอันตรายต่อความมั่นคงของเอเชียกลาง มาเป็นแนวคิดที่มีโลกทัศน์กว้างไกลขึ้น และให้เป็นที่ยอมรับในความพยายามที่จะสร้างกลไกการปรึกษาหารือ เพื่อลดละแรงกด ดันด้านเดียว (Unilateral pressures) โดยชาติมหาอำนาจ ต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือต่อกลุ่มประเทศใด

การประชุมที่มีการปะทะสังสรรค์ต่อกัน และการสร้างมาตรการเพื่อสร้างความไว้วางใจต่อกัน (Conference on Interaction and Confidence Building Measures in Asia) ในเอเชียนั้น ประกอบด้วยสมาชิก 16 ประเทศ มี 9 ประเทศอยู่ในฐานะประเทศผู้สังเกตการณ์ และมีองค์การระหว่างประเทศอีก 3 องค์การรวมอยู่ด้วย คือ

ประเทศสมาชิก ได้แก่ อัฟกานิสถาน อาเซอร์ไบจาน  จีน มองโกเลีย อียิปต์ อินเดีย อิหร่าน อิสราเอล คาซัคสถาน ปากีสถาน ปาเลสไตน์ รัสเซีย ทาจิกิสถาน ตุรกี และอุซเบกิสถาน ส่วนประเทศที่มีสถานะเป็นผู้สังเกตการณ์ ได้แก่ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เลบานอน มาเลเซีย ประเทศไทย ยูเครน สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม

องค์การระหว่างประเทศที่เป็นสมาชิกร่วม ได้แก่ UN, OSCE และ League of Arab States

เพราะฉะนั้น ถ้ามองในแง่ความครอบคลุมทางสภาพภูมิศาสตร์ ก็จะเห็นว่า CICA นี้ กว้างขวางครอบคลุมพื้นที่ใหญ่โตมาก ซึ่งถ้าดูเนื้อที่ของเขาพื้นที่แล้ว มีพื้นที่ถึง 399 ล้านตารางกิโลเมตร เท่ากับ 89% ของเขตพื้นที่ยูเรเชีย มีประชากรรวมถึง 3 พันล้านคนอยู่ในประเทศเหล่านี้ นับเป็น 45% ของประชากรโลกทีเดียว

CICA นี้ยังรวมเอาประเทศที่มีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจใหญ่โตของโลกเข้าไว้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ จีน อินเดีย และรัสเซีย ประเทศใน CICA นี้ยังมีการลงทุนจากต่างประเทศอย่างดีอีกด้วย ถ้ารวมแหล่งพลังงานในประเทศเหล่านี้แล้ว ก็คงจะเห็นว่าเป็นแหล่งพลังงานระดับโลกเลยก็ว่าได้

วิวัฒนาการของความคิดรวบยอด และการเป็นสถาบันขึ้นมานี้ ก็จะใช้เวลาถึง 10 ปี ผ่านขั้นตอนต่างๆ มากมาย กล่าวคือ ในขั้นตอนแรก มีการประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศของประเทศสมาชิก ในปี ค.ศ.1993 และปี ค.ศ.1994 การประชุมเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายในการแสวงหาวิธีการร่วมกัน ต่อการแก้ไขปัญหาอันเกี่ยวกับความมั่นคงและความร่วมมือระหว่างรัฐต่างๆ ในภูมิภาค

ขั้นตอนที่สอง เป็นการประชุมของคณะทำงานพิเศษของรัฐ สมาชิก เพื่อเตรียมการจัดให้มีการประชุมของรัฐมนตรีต่างประเทศ ของรัฐสมาชิก CICA การประชุมของคณะทำงานพิเศษนี้ มีการประชุมกันหลายครั้ง ระหว่างปี ค.ศ.1995-1999 จัดร่างเอกสารขั้นพื้นฐานของ CICA เช่นเรื่อง “Rules of Procedure” Declaration of Principle และ CICA Structure and Institution

ขั้นตอนที่สาม เป็นการประชุมของรัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐสมาชิก CICA ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองอัลมาตี (Almaty) ในวันที่ 14 กันยายน 1999 ซึ่งได้มีการลงนามร่วมกันใน Declaration of Principle Guiding Relations Between CICA member States

การลงนามดังกล่าวนี้เอง นับเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เท่ากับเป็นการสร้างพื้นฐานทางนิตินัย สำหรับการก่อตั้งรวมความมั่นคงของเอเชีย (Asian Security System) ขึ้นมา มีการกำหนดหลักการต่างๆ ตามมา ซึ่งหลักการสำคัญๆ ต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสมาชิกของ CICA นี้ กำหนดไว้ดังนี้

1.ความเสมอภาคแห่งอธิปไตย ให้ความเคารพในสิทธิที่มีอยู่ในความเป็นอธิปไตย

2.หลีกเลี่ยงจากการข่มขู่ คุกคาม และการใช้กำลังต่อกัน

3.เคารพในบูรณาการแห่งดินแดนของรัฐสมาชิก

4.ให้มีการตกลงความขัดแย้งกันโดยสันติวิธี

5.ไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน

6.ให้ความร่วมมือต่อกันด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

7.ยอมรับหลักการในเรื่องสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

หลักการดังกล่าวเหล่านี้ จะเป็นเครื่องเตือนรัฐสมาชิกถึงความพยายามในลักษณะเดียวกันในอดีต ที่นำเอาหลักการเรื่อง “หลักเกณฑ์สิบประการในความสำคัญระหว่างรัฐด้วยกัน” ซึ่งได้กำหนดขึ้นที่เมืองบันดุง ในปี ค.ศ.1955 และหลักการหัวข้อในนามของปัญจศิลา ที่มีขึ้นระหว่างอินเดียกับจีน ซึ่งได้ทำขึ้นที่กรุงนิวเดลี ในปี ค.ศ.1954

จากการที่การประชุมระดับรัฐมนตรี ยอมรับหลักการดังกล่าวข้างต้นจากที่ประชุมร่วมเมื่อวันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 1999 นี้เอง ตามมาด้วยการประชุมอีกหลายครั้งของรัฐสมาชิก ได้กลายเป็นพื้นฐานที่นำไปสู่การประชุมสุดยอดครั้งแรกในเมือง อัลมาตี จากวันที่ 3 ถึงวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 2002 มีหัวหน้ารัฐบาลเข้าประชุมจากรัฐสมาชิก 12 ประเทศ และผู้แทนระดับอาวุโสของหัวหน้ารัฐบาลของรัฐสมาชิกอีก 4 ประเทศ

ที่ประชุมในครั้งนั้นตกลงยอมรับ “ปฏิบัติการอัลมาตี” (Almaty Act) และ “CICA Declaration on Eliminating Terrorism and Promoting Dialogue Among Civilizations”.

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ — จันทร์ที่ 21 กันยายน 2558